ช่วงนี้ยังไม่มีปัญญาแวะเข้าบลอคใครนะคร้าบ โทษที เดี๋ยวว่างจะมาแน่นอน วันนี้ก็เลยเอาฟิคมาแปะให้ก่อน เพิ่งเขียนจบพอดีแฮะๆ ก็ใครยังไม่เคยอ่านตอนแรกก็ไปอ่านได้ที่นี่นะครับ
ขอบคุณคร้าบ
*****82*****
***
The real illusionist :: Part II
มารู้เอาทีหลังว่าหมอนั่น เป็นเด็กเรียนขนาดติดอันดับต้นๆของชั้นปี ความประพฤติเรียบร้อยแถมเป็นขวัญใจของสาวๆทั้งโรงเรียนอีกต่างหาก คงเป็นเพราะหน้าตาและฐานะทางบ้าน ทางสังคมที่ถูกเลี้ยงดูมาแบบลูกคุณหนูก็เป็นได้
หลังจากนั้นเจอหน้ากันเมื่อไหร่ ก็ดูเหมือนว่าจะกัดกันตลอดเวลา เขามักจะโดนเ เจ้าหมอนั่น หาเรื่องด้วยคำพูดสวยหรูอยู่เสมอๆ แต่มันก็ทำให้เขาเถียงไม่ออกทีเดียว ซึ่งเขาก็สังเกตุเห็นว่าอีกฝ่ายจะทำแบบนี้ก็ต่อเมื่อเป็นเขาเท่านั้น กับคนอื่นก็ไม่เห็นจะเป็นแบบนี้ แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะเขาเป็นคนที่ตรงข้ามกับหมอนั่นโดยสิ้นเชิงก็ได้มั๊ง หมอนั่นถึงดูเกลียดเขาเป็นพิเศษ
***
จนเกือบจะหมดเทอมสุดท้ายของปี 1 ได้ ที่นิโอได้มีโอกาสไปเห็นตอนที่ร่างโปร่งอยู่ในสนามกอล์ฟ วินาทีนั้นเองที่เขาตัดสนใจที่จะเริ่มจีบอีกฝ่ายเพื่อให้มาเข้าชมรม และนั่นเองก็เป็นจุดเริ่มต้นให้ชีวิตของทั้งสองคนโคจรเข้าหากันอกครั้ง ท่วงท่าที่งดงามจนน่าเเสียดายเกินกว่าจะให้พรสวรรค์นี้ไปอยู่ในที่ที่ไม่ควรจะอยู่ ไม่ใช่ว่าเขาเห็นยางิวไร้ความามารถด้านกอล์ฟ ตรงกันข้ามเขากลับเห็นว่าอีกฝ่ายช่างสมบูรณ์แบบไปซะทุกด้านจริงๆ หรือจริงๆที่บกพร่องอาจจะเป็นด้านนิสัยอย่างเดียวก็ได้ความสามารถด้านกีฬาของยางิวไม่เป็นรองเขาทีเดียว และพื้นฐานด้านกอล์ฟยังคงสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับเทนนิสได้อีกด้วย เขาตัดสินใจแล้ว
เขาจะชวนยางิวเข้าชมรมเทนนิสให้ได้!!
***
นาย... สนใจจะเข้าชมรมเทนนิสมั๊ย? เขาถามขณะที่ร่างโปร่งกำลังยืนอยู่ในสนามกอล์ฟ อีกฝ่ายใช้มือเท้าเอวมองอย่างพิจารณา
ถ้าสนใจ...ชั้นคงไปสมัครนานแล้วล่ะ... ยางิวยิ้มดูถูกอีกฝ่าย แล้วพูดต่อ
ไหนลองบอกเหตุผลที่ชั้นต้องเข้าชมรมมาสิ...
นิโอยิ้มเจ้าเล่ห์
ข้อหนึ่งนายมีฝีมือ ข้อสอง ชั้น... อยากได้นาย
ร่างโปร่งหัวเราะหึ
ไม่เห็นว่าชั้นจะได้ประโยชน์ตรงไหน? ว่างั้นแล้วก็หันไปฝึกซ้อมต่อ โดยไม่สนใจเด็กหนุ่มอีกคนที่ยืนมองอยู่แต่น้อย
เป็นเหตุให้นิโอต้องเดินเข้าไปหาเขา แล้วจับไหล่ให้หันมาเผชิญหน้ากัน
แล้วนายจะเอายังไงล่ะ!! ชั้นติดใจฝีมือนาย ปล่อยไปง่ายๆไม่ได้หรอก ทั้งคู่ยืนอยู่ในระยะประชิด
ยางิวปล่อยไม้กอล์ฟลงกับพื้นพร้อมยกมือขึ้นถอดแว่น ฉายแววตาเจ้าเล่ห์ให้เห็น
ลองยื่นข้อเสนอมาสิ ถ้าน่าสนใจ...ชั้นจะรับฟัง พูดจบก็ใช้ขาแว่นแตะที่ปลายคางนิโอเบาๆ ทำให้อีกฝ่ายเสียความมั่นใจไปพอสมควร
ดูเหมือนเขาจะตามคนๆนี้ไม่ค่อยทันสักเท่าไหร่ ก็รู้แน่ๆอยู่ว่าปากเสียมาก นิสัยก็ไม่ค่อยดี ถึงยังไงบางครั้งก็ยังดูเรียบร้อยมาก แต่บางครั้งก็ดูเจ้าเล่ห์ซะจนน่ากลัว
ง...งั้นมาแข่งกัน ชั้นจะสอนเทนนิสนาย ถ้านายชนะ ชั้นจะทำตามที่นายพูดทุกอย่าง แต่ถ้านายแพ้ นายจะต้องเข้าชมรมเทนนิส ตกลงมั๊ย?!
ดูเหมือนข้อเสนอนี้จะทำให้เด็กหนุ่มผมน้ำตาลตกใจได้นิดหน่อย แต่ก็ไม่มากพอที่จะแสดงอาการ เขายิ้มอีกครั้ง
มั่นใจจังนะ... เขาเว้นจังหวะ
ได้ ชั้นรับข้อเสนอ ว่าแล้วเขาก็ใส่แว่นกลับตามเดิม แล้วเดินออกจากสนามไป
***
หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น เขาใช้เวลาประมาณ 3 เดือนในการสอนเทนนิสให้อีกฝ่าย
เป็นอย่างที่คิดจริงๆ ทักษะทางด้านกีฬาของยางิวนั้นไม่ใช่ย่อยทีเดียว แถมยังเรียนรู้ได้เร็วมากอีกต่างหาก แต่ในเมื่อเขาเป็นคนสอน เขาก็ต้องรู้เทคนิคที่หมอนี่รู้สิ
***
ทั้งๆที่มันควรจะเป็นอย่างนั้น
แต่ดูเหมือนเหตุการณ์จะไม่เป็นอย่างที่เขาคิด
แมทช์ที่ควรจะชนะ...
แต่หมอนั่นกลับใช้เทคนิคที่เขาไม่เคยสอนมาก่อน สไตน์ที่ไม่เคยเล่นให้เห็น นอกจากนี้ยังรู้จัดอ่อนของเขาเป็นอย่างดี
นี่ เขาถูกหมอนี่หลอกหรอนี่!!
***
ถึงแม้เขาจะไม่อยากยอมรับ แต่ยางิวก็ชนะเขาจริง
นาย... ซ้อมมาจากที่อื่นใช่มั๊ย? เขาถามอีกฝ่ายที่ทำสีหน้าเมินเฉย
ยางิวยิ้มที่มุมปาก
ตามที่ตกลงกันไว้... ก็ไม่ได้บอกว่าต้องเรียนจากนายคนเดียวนี่...
ฮืม!! หมอนี่มันนิสัยเสียจริงๆเลย
นิโอได้แต่ก้มหน้ามองพื้น ตอนนี้เขาคิดไม่ออกแล้วว่าควรจะพูดอะไร
ข้อตกลงที่ทำไว้คือเขาจะไม่ตื้อชวนหมอนี่เล่นเทนนิสอีก แต่เขาจะทำใจได้เหรอเนี่ย... แถมยังต้องทำตามที่หมอนี่พูดอีกหนึ่งอย่างอีก
โธ่เว้ย!! ตัวเขาในตอนนี้ทั้งโมโหและหงุดหงิดจนคิดอะไรไม่ออกแล้ว
จังหวะที่เขากำลังคิดอยู่นั้นเอง ร่างโปร่งก็เดินเข้ามาหาเขาโดยที่ไม่ทันรู้ตัว
นิโอเงยหน้ามองอีกฝ่ายที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขา แล้วเริ่มพูด
นาย...
แต่ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไร อีกฝ่ายก็ชิงพูดก่อนซะแล้ว
ไม่เกี่ยวกับที่ตกลงกันไว้ แต่... ชั้นจะเข้าชมรมเทนนิส
นิโอชะงักไปครู่นึง
...ทำไม?
เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนยิ้มอีกครั้ง
ชั้นว่ามันน่าสนใจดี... ชั้นอยากจะลองแข่งกับคนเก่งๆคนอื่นดูบ้าง
นิโอหัวเราะอย่างฝืนๆ ตอนนี้เขาพูดอะไรไม่ออกจริงๆ
ตอนนั้นเองที่อยู่ๆ ร่างโปร่งก็ใช้นิ้วเรียวถอดแว่นของตนออก
ในขณะที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว เขาก็ถือโอกาสขโมยริมฝีปากบางของร่างตรงหน้าทันที
นิโอตกใจถึงขนาดรีบถอยหลังหนีทีเดียว เป็นเหตุให้ขาที่เหน็ดเหนื่อมาจากการแข่งขันเมื่อครู่ หมดแรงเอาดื้อๆ
เขาจึงทรุดลงไปนั่งกับพื้น
ส่วนต้นเหตุก็ใส่แว่นกลับเหมือนเดิม แล้วหัวเราะเขาอย่างจงใจ
ไอ้บ้านี่!!! ล้อเล่นกันอย่างนี้เหรอ!!!
ว่าแต่นายคงไม่ลืมเรื่องที่ตกลงกันไว้หรอกนะ? พูดด้วยน้ำเสียงที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน
นิโอมองอีกฝ่ายจากมุมล่างโดยไม่คิดจะลุกขึ้น
แล้วนายจะให้ชั้นทำอะไร? เขาพูดอย่างเสียไม่ได้
ร่างโปร่งกลับไม่ตอบทันที แต่ยื่นมือให้กับเขาที่กำลังนั่งชันเข่าอยู่ที่พื้น
เจ้าของเรือนผมสีแพลตตินั่มลังเลเล็กน้อย ก่อนจะยื่นมือกลับไปหายางิว แล้วยืนขึ้น
แต่ยังไม่ทันที่จะได้ทรงตัวดีๆ มือที่ถูกจับเอาไว้ก็ถูกดึให้เข้าไปหาอีกฝ่าย ทำให้เขาเซไปหาร่างโปร่งทันที
มาเป็นทาสชั้นซะ...
ยางิวถือโอกาสเลียใบหูของอีกฝ่ายแล้วกระซิบประโยคนั้นเบาๆ แถมพอพูดจบ ก็ยังขบที่หูเข้าให้อีกด้วย
นิโอหน้าแดงก่ำ รีบยกมือขึ้นปิดหูแล้วถอยห่างอย่างเร็ว
ปากพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ดูเหมือนจะออกมาไม่เป็นภาษา
ไอ้หมอนี่!!!
แล้วเขาก็ถูกอีกฝ่ายทิ้งไว้คนเดียวกับความรู้สึกที่ไม่สามารถกลั่นออกมาเป็นคำพูดได้
***
หลังจากนั้น ยางิวก็เข้ามาเป็นหนึ่งในสมาชิกชมรมเทนนิสแห่งสาธิตริคไค โดยเป็นที่ยอมรับจากทุกคน นอกจากนั้น ยังสามารถขึ้นมาเป็นหนึ่งในตัวจริงได้ในเวลาไม่นาน
ยางิวมักจะฝืนบังคับจูบเขาเสมอ เวลาที่อยู่ในห้องชมรมกันตามลำพัง
แต่ที่ดูท่าจะแย่ไปกว่านั้นคือตัวเขาที่เริ่มคุ้นเคยและโอนอ่อนไปกับจูบแสนหวานนั้น
ถึงกระนั้นร่างโปร่งผมน้ำตาลกลับไม่เคยทำอะไรที่เป็นการดูถูกเขามากไปกว่านั้นเลย
จนเกิดขำถามขึ้นในใจของเขา
นายทำเพื่ออะไร?
***
จนเมื่อการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับภูมิภาคกำลังจะเริ่มขึ้น
เขาและยางิวถูกจับเล่นดับเบิ้ล เพื่อชนกับคู่ที่ได้ชื่อว่า คู่แร็คทองแห่งการแข่งขันระดับประเทศ
ทั้งสองจึงต้องวางแผนการเล่นที่ไม่ธรรมดากันสักหน่อย
***
มาสลับตัวกันมั๊ย? อยู่ๆหนุ่มเจ้าของแว่นตาก็โพร่งประโยคนี้ออกมา ขณะที่นิโอกำลังนั่งทำการบ้านอยู่บนโต๊ะ ส่วนร่างโปร่งนั่งคิดอะไรอยู่บนเตียง
สุดสัปดาห์นี้พ่อแม่ของนิโอไม่อยู่บ้านพอดี ทั้งคู่จึงตกลงกันหรือจะเรียกว่าเป็นคำสั่งของยางิวก็ว่าได้ มาวางแผนที่บ้านของเขา
สลับตัว? นายหมายความว่ายังไง? เขาถามพลางหันหน้ามามอง
อีกฝ่ายเว้นจังหวะไว้ช่วงหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ
ก็คิดว่านายโง่อยู่นะ แต่ไม่คิดว่าจะโง่ขนาดนี้...
นิโอรู้สึกโกรธปึ้ดขึ้นมาทันที
ไอ้หมอนี่หนิ!! หาเรื่องฟาดปากมากกว่าวางแผนซะมั๊ง!
เมื่อเห็นว่าเขาไม่พูด เด็กหนุ่มจึงพูดต่อ
ก็อย่างที่เร็นจิบอก ว่าฝ่ายนั้นมีข้อมูลของเราอยู่ เพราะฉะนั้นจะต้องรู้เรื่อง เลเซอร์บีมของชั้นแน่นอน ส่วนข้อมูลของนาย... ก็คงจะเป็นฉายา จอมหลอกลวงบนคอร์ทละมั๊ง...
น...นายอย่าเรียกชั้นอย่างงี้นะ นิโอเถียง
แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่สนใจกับคำพูดของเขาเลย
เพราะฉะนั้น นายคงต้องทำตัวให้สมกับเป็นจอมหลองลวงบนคอร์ทหน่อยแล้วล่ะ...
พูดจบเขาก็กวักมือเรียกให้คนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะเดินมาหา
เด็กหนุ่มเจ้าของเส้นผมสีเงินได้แต่ทำตาม
เมื่อมายืนอยู่ข้างหน้าของร่างโปร่ง ก็ถูกฉุดให้ล้มลงบนเตียงโดยทันที
อีกฝ่ายไม่รอช้าที่จะทามทับด้วยน้ำหนักตัวของตนเอง ซึ่งทำให้ร่างที่อยู่ข้างล่างไม่สามารถขัดขืนได้มากนัก
น...นายจะทำอะไรน่ะ...? เขาทำท่าทีร้อนรน
แต่ยางิวกลับหัวเราะอย่างนึกสนุก แล้วเริ่มอธิบาย
ชั้นจะปลอมเป็นนาย ส่วนนายก็ปลอมเป็นชั้น... พูดจบเขาก็จับมือซ้ายของนิโอขึ้นมาทาบที่แก้มของตน
เพราะฉะนั้น เราจะต้องทำความรู้จักกันและกันให้มากกว่านี้... แล้วเขาก็เลื่อนมือที่อยู่ที่แก้มมาที่ริมฝีปากแล้วเลียตั้งแต่ข้อมือไปจนถึงปลายนิ้ว
อย่างเช่นทำความคุ้นเคยกับมือข้างซ้ายที่นายถนัด พูดจบ ยางิวก็ใช้นิ้วโป้งของมือข้างที่ว่างเช็ดที่ริมฝีปากตัวเองช้าๆ
ตอนนี้ใจของนิโอเต้นเร็วยิ่งกว่าตอนแข่งแมทช์ไหนๆเสียอีก
ใบหน้าที่คิดตั้งแต่ว่าแรกเห็นว่าสวย กลับแสดงสีหน้าที่ไม่เคยมีให้เห็นมาก่อน
เป็นสีหน้าที่แสดงถึงความอ่อนโยน แต่อีกขณะหนึ่งก็ร้อนแรงดังเปลวไฟ ทั้งๆคนคนนี้มักจะทำหน้าตายไม่ก็ดูถูกใส่เขาเสมอ
ยิ่งเป็นเหตุให้ใจเต้นแรงหนักขึ้นไปอีก
ย... ยางิว เด็กหนุ่มเรียกชื่ออีกฝ่ายเบาๆ
เจ้าของชื่อนิ่ง เมื่อทั้งคู่ได้แต่มองเขาไปนัยต์ตาของกันและกัน
รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ริมฝีปากทั้งสองกำลังประกบกันอยู่เสียแล้ว
จูบเบาๆที่ชวนให้เคลิบเคลิ้ม
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเพียงใด ก่อนร่างที่ทามทับจะผละออกอย่างชวนให้นึกเสียดายอยู่ไม่น้อย
ยางิวลุกไปนั่งที่ปลายเตียง หันหลังให้กับคนที่ยังนอนงงอยู่
บรรยากาสแปลกๆอบอวลไปทั้งห้อง
แต่แล้วความเงียบก็ถูกทำลายลง เมื่อร่างโปร่งผมสีน้ำตาลเริ่มพูดถึงสาเหตุที่มาที่นี่
ก็อย่างที่ว่านั่นแหละ... เพราะงั้นอาทิตย์นี้ชั้นถึงมาข้างบ้านนาย นายจะได้ฝึกเลเซอร์บีมของชั้นให้คล่อง แล้วชั้นเองก็ต้องฝึกใช้มือซ้ายด้วย
ทำไม? เป็นเพียงคำพูดเดียวของนิโอที่ตอนนี้ลุกขึ้นมานั่งแล้ว
คนถูกถามถอนหายใจเบาๆ
ก็บอกแล้วไงว่า ฝ่ายนั้นมีข้อมูลของเราอยู่...
แต่ยังไม่ทันจะพูดจบก็ถูกพูดแทรกซะก่อน
ทำไมถึงจูบ
คราวนี้เป็นยางิวบ้างที่ตกใจกับคำถาม แต่เขาก็ยิ้มที่มุมปากก่อนจะพูดกลับไป
แล้วทำไม... นายถึงยอมให้จูบ?
คนฟังหน้าแดงก่ำและถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
ม.. ไม่ใช่...
ยางิวยิ้มอีกครั้งเมื่อได้เห็นปฏิกิริยาแบบนั้น เขารีบลุกเข้าไปหาคนตรงหน้าทันที
อะไรไม่ใช่?...
หัวเราะหึหนึ่งทีก่อนจะพูดต่อ
ดูเหมือนแรงชั้นกับนายก็จะพอๆกัน ไม่แน่นายจะแรงเยอะกว่าชั้นอีกด้วย เพราะงั้นถ้านายจะปฏิเสธก็คงจะทำได้ง่ายๆ พูดจบก็ยิ่งยื่นหน้าเข้าไปใกล้
ง่ายๆอะไรกันล่ะ!! ทำได้ซะที่ไหน!
เขาได้แต่พึมพำอยู่ในใจ ไม่สามารถพูดออกมาได้
หรือว่านาย... จะกับใครก็ได้งั้นเหรอ?
เมื่อยิ่งลุกหนักนิโอก็ยิ่งถอย จนหลังไปชนกับหัวเตียงโดยไม่รู้ตัว
ซ้ำเมื่อถูกพูดเหมือนดูถูกอย่างนั้นในขณะที่หลังชนฝา ก็เผลอตะโกนอะไรออกไปโดยไม่รู้ตัว
นายจะบ้าเหรอ! ถ้าไม่ได้รักใครเค้าจะยอม!!
เอ๋!?!
นอกจากจะตกใจกับคำพูดของตัวเองแล้ว ยังตะลึงกับสีหน้าของอีกฝ่ายด้วย
ร..รักงั้นเหรอ?
ถึงร่างโปร่งจะทำสีหน้าตกตะลึงไปเล็กน้อย แต่ก็ไม่เสียการควบคุมของตัวเอง
เขายิ้ม แล้วจูบเบาๆที่หน้าผากคนตรงหน้า
งั้นก็ดี... พูดจบก็หัวเราะอย่างอารมณ์ดี
เอาล่ะ งั้นมาคุยกันต่อได้แล้ว
ว่าอย่างนั้นแล้วยางิวก็เดินไปนั่งที่โต๊ะเขียนหนังสือของเจ้าของห้อง
แต่ยังไม่ทันที่จะได้คุยเรื่องแผนการกันต่อ นิโอกลับเอ่ยถามคำถามด้วยสีหน้าแดงก่ำและน้ำเสียงเจ็บใจ
แล้วนายล่ะ รักชั้นรึเปล่า?
ไม่มีคำตอบนอกจากสีหน้าตกตะลึงกับคำถาม ไม่คิดมาก่อนว่าอีกฝ่ายจะกล้าถามคำถามนี้ออกมา
แต่เขาก็ไม่คิดจะตอบ กลับอธิบายรายละเอียดของการฝึกที่เขาจะต้องทำเพื่อการแข่งขันต่อไปอย่างอารมณ์ดี
นิโอได้แต่เดือดดาลอยู่คนเดียว
เมื่อพูดแผนการทั้งหมดจบ ยางิวก็ทำหน้าเหมือนกับถามอีกฝ่ายว่า ว่าไง
หนอย อย่างนี้คนอื่นๆก็ต้องเข้าใจว่าชั้นเป็นคนต้นคิดอีกน่ะสิ
เรื่องอะไรชั้นต้องรักษาภาพพจน์สภาพบุรุษของนายเอาไว้ด้วยล่ะ!! นิโอโวยใส่
แต่คนฟังกลับได้แต่ยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้
ก็นาย... รักชั้น ไม่ใช่เหรอ พูดพร้อมกับน้ำเสียงและสายตาที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด
เพราะงั้น ก็ไปเป็นจอมหลอกลวงบนคอร์ทต่อให้หน่อย... ไม่เห็นเป็นไร
นิโอได้แต่อึ้งกับคำพูดของคนตรงหน้า หน้าของเขาแดงก่ำ
ใครรักนายกัน!!
หึ เป็นคำตอบที่ได้รับจากคนตรงหน้า
ไอ้บ้าเอ๊ยย!!!
สงสัยชาตินี้เขาคงเข้ากับหมอนี่ไม่ได้ไปตลอดชีวิตแน่เลย!!
***
จนมาถึงตอนนี้ ก็ยังอดโมโหกับคำพูดของรุ่นน้องปี 2 ที่พูดเมื่อตอนที่เขาทั้งสองอยู่บนคอร์ทไม่ได้
รุ่นพี่นิโอนี่น่ากลัวจริงๆเลยว่ะ ว่าแต่ขนาดสุภาพบุรุษอย่างรุ่นพี่ยางิวยังถูกเค้าจับจุดอ่อนเอารึไง?
บ้าเอ๊ย!!
ใครกันแน่ที่เป็นคนถูกจับจุดอ่อนได้!?!
おわり。
edit @ 2007/07/12 22:53:14