2006/Jul/26

มาตามใจเรียกร้องถึงแม้จะงานยุ่งแทบไม่ได้นอนก็ตาม
ตอนนี้โรว์เหลือไฟนอลโปรเจ็คของสองวิชาที่กำลังจะจบภายในสองวันนี้ พรุ่งนี้มีพรีเซ้นต์ ส่วนวันพฤหัสมีงานเขียนชิ้นสุดท้าย ขณะที่กำลังนั่งทำงานอยู่ก็เลยถือโอกาสมาเขียนบลอค ถึงแม้จะมีงานมากมายรออยู่ก็ตาม แต่ถ้าไม่ได้เขียน คงจะไม่มีโอกาสเจอเน็ทอีกสักชาติเศษ จากคราวก่อนก็ชาตินึงแล้ว มาเริ่มกันเลยดีกว่าเพื่อไม่ให้เสียเวลา เพราะมีเรื่องมากมายที่อยากจะเล่า แต่ไม่รู้จะสามารถมั๊ยนะ

เรื่องแรกคือ ข่าวล่าสุดครับ
The Advancement Match Rokkaku feat. Hyotei Gakuen

ตอนนี้มีประกาศออกมาแล้วว่า บทไคโด คาโอรุ คุจิไรคุงจะเป็นคนเล่นตามเดิม เนื่องจากสภาพร่างกายของไคโดคนใหม่ไม่พร้อม (ยังจำชื่อไม่ได้จ้า)
ก็เลยขอถือโอกาสนี้แอบเบิร์ธเดย์ย้อนหลังให้เลยนะคร้าบ
::Happy Birthday Kujirai-kun :: 20.07.06

พอพูดถึงวันเกิดแล้วก็ต้องมาคนนี้เลย หนึ่งในหนุ่มสุดเลิฟของโรว์กะกิ น้องโอะเปานั่นเอง ไม่ได้ลืมวันเกิดนะ แต่ไม่มีเวลามาให้เท่านั้นเอง วันนี้มาแล้วเลยย้อนหลังซะ
:: Happy Birthday Shiosawa Hidemasa :: 24.07.06

คราวนี้มากันเรื่องที่ตอนนี้โรว์กำลังบ้ากันดีกว่า
กับละครเวทีเรื่องล่าสุดของไอบะและนากายัน เรื่อง
スイッチを押すとき

โรว์อ่าน
reviewมาแล้วประทับใจมากๆ เรียกว่าอ่านแล้วแทบจะร้องไห้ทีเดียว เนื้อเรื่องสุดยอดไปเลย เอาล่ะมาเริ่มเรื่องกันดีกว่า

スイッチを押すとき~君達はなぜ生きているんだ?~

"When the switch is pressed What is it that you're living for?"
[[*อธิบายก่อนนะคร้าบ* เรื่องนี้มีตัวละครอยู่ 6 ตัวครับ คนแรกคือด๊อกเตอร์(ไม่รู้ชื่อ) คนที่สองคือ นากายัน เป็นผู้ช่วยด๊อกเตอร์ ชื่อมินามิ คนที่สามไอบะ (ไม่รู้ชื่อตัวละครจะใช้ชื่อคนเล่นแทนนะ) เป็นหนึ่งในกลุ่มทดลองที่ต้องนั่งรถเข็น(ไม่รู้ทำไมอ่ะนะ) คนที่4 เป็นผู้หญิง ในเรื่องชื่อ มาซามิ คนที่5 เรียวตะ(ชื่อในเรื่องเป็นหนึ่งในกลุ่มทดลอง และคนสุดท้าย(ชื่อคนเล่น)มิสึ เป็นหนึ่งในกลุ่มทดลองเช่นกัน]]

ในความเป็นจริง ที่ญี่ปุ่น มนุษย์จะเริ่มมีประสบการณ์เมื่ออายุ 17 (คล้ายๆกับบรรลุนิติภาวะมั๊ง) เพราะฉะนั้นในละครเรื่องนี้ เด็กอายุ 10 ขวบที่ถูกเลือกจะถูกจับมาให้อยู่ด้วยกัน (เป็นกลุ่มแต่ว่ามีหลายกลุ่ม) และก็จะได้รับ ของสิ่งหนึ่งที่มีรูปร่างทรงกระบอกพร้อมกับซีเรียลนัมเบอร์และมีฝาปิดอยู่ ภายใต้ฝานั้นจะมีสวิตช์สีแดงอยู่ และเมื่อกดสวิตช์นั้น ชีวิตของคุณจะจบลง น่าแปลกใจที่เด็กเกือบทั้งหมดกดสวิตช์ทันทีหลังจากที่ได้รับ และตายไป (เด็กที่เข้ามาอยู่ในการทดลอง) แต่ก็มีเด็กอยู่ 4 คน ที่ไม่กดสวิตช์และใช้ชีวิตมาถึง 7 ปี พวกเขาถูกควบคุมตัวโดยรัฐบาล (ก็ขังอยู่นั้นแหละนะ) และได้รับการดูแล(?)จากด๊อกเตอร์ที่ทำทุกวิถีทางให้พวกเขากดสวิตช์นั้นซะ
ทั้ง4คนมีชีวิตอยู่ โดยที่พึ่งความสนุกเพียงน้อยนิดที่จะหาได้จากข้างในนั้นตอนที่ด๊อกเตอร์ไม่อยู่ และภายในนั้นเอง เรียวตะก็หลังรักมาซามิ โดยที่มาซามิเองก็หลงรักเขาด้วยเช่นกัน มาซามิเรียกได้ว่าเป็นคนที่เป็นความหวังของคนอื่นๆในกลุ่ม เพราะเธอจะดีกับคนอื่นเสมอ แล้ววันหนึ่งเรียวตะ ก็แย่งสวิตช์ของมาซามิมาแล้วก็ให้สวิตช์ของเขากับมาซามิไปโดยบอกว่า ถ้าทำอย่างนี้ พวกเขาจะได้ฆ่าตัวตายไม่ได้ แต่จะเป็นการปกป้องซึ่งกันแหละกันเอง มาซามิจึงยินดี
ทันใดนั้นเอง มินามิก็เข้ามาในฐานะผู้ช่วยของด๊อกเตอร์ และมินามิก็พยายามที่จะมาตีสนิทกับทั้งสี่คนนี้ โดยที่แอบซื้อขนมมาให้บ้าง ทำดีด้วยบ้าง (กับการที่ถูกขังอยู่ถึง 7 ปีเต็ม แค่ขนมเล็กๆน้อยๆก็สามารถเรียกความสุขได้มากโขแล้ว)ด๊อกเตอร์ก็จะคอยขัดขวางอยู่
และมินามิก็ก้าวเข้าไปในกลุ่มพวกเขาได้สำเร็จ เขาหว่านสเน่ห์(?)ให้มาซามิ โดยการปกป้องเธอจากด๊อกเตอร์ที่พยายามข่มขู่เธอ (แล้วมันก็มีพูดถึงเรื่องแต่งเพลงอะไรไม่รู้ไม่ค่อยเก็ทอ่ะ) แต่ก็สรุปว่ามาซามิก็หลงเขาไปโดยปริยาย ทำให้เรียวตะเกิดหึงขึ้นมา แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
เรียวตะแต่งเนื้อเพลงแล้วร้องให้มาซามิฟัง แต่เธอกลับคุยอยู่กับมินามิ (มันเป็นการเล่นของเวทีอ่ะนะ อธิบายยากนิดนึง คือ เรียวตะยืนอยู่ริมนึง มาซามิอีกริม แล้วก็มินามิตรงกลาง) โดยเป็นตอนที่กำลังจะเข้านอน มินามิก็บอกมาซามิว่า
ราตรีสวัสดิ์ แต่สิ่งที่มาซามิบอกกลับเป็นว่า ที่นี่เขาไม่พูดแบบนี้กัน แต่เขาจะพูดกันว่า เจอกันพรุ่งนี้นะ (มันสื่อความหมายถึงว่า อย่าเพิ่งตายไปก่อนนะ ทำนองนั้นอ่ะ)

ทุกคนเชื่อว่ามินามินั้นเข้าข้างพวกเขา มิสึที่ก่อนที่จะถูกจับมานั้น เคยมีแฟนอยู่ (แฟนเค้าก็ถูกจับไปแต่อยู่คนละที่) จึงเขียนจดหมายและฝากให้มินามิส่ง ถึงแม้จะไม่รู้ว่าแฟนตัวเองนั้นกดสวิตช์ไปหรือยังก็ตาม มินามิก็บอกกับเค้าว่า ถ้ามิสึคิดถึงเธอขนาดนี้เธอจะต้องรอเขาอยู่แน่ๆ เธอจะต้องยังมีชีวิตอยู่แน่ แต่หลังจากนั้นเขาก็เอาจดหมายไปให้ด๊อกเตอร์ดู และบอกด๊อกเตอร์ว่าจะหาทางทำให้4คนนี้กดสวิตช์เร็วๆ แล้วไอบะก็แอบมาได้ยินเข้า มินามิเห็นจึงเดินไปหาเขา ไอบะพยายามจะหนีแต่ทำไม่ได้ พอมินามิมาถึงตัวเขาก็บอกว่า รถเข็นมันเบรกอยู่ (เก็ทมั๊ย คือมันคงล็อคอยู่อ่ะ ไม่เคยเล่นรถเข็นแต่น่าจะใช่นะ) โดยที่ท่าทางไม่มีความประสงค์ร้ายเลยแม้แต่น้อย
จริงๆแล้วแฟนของมิสึนั้นกดสวิตช์ไปตั้งแต่เมื่อ 7 ปีก่อนแล้ว แต่คำตอบของจดหมายที่มินามินำมาให้มิสึก็คือ หลังจากที่อ่านจดหมายของมิสึ เจ้าหล่อนก็กดสิวตช์ทันที ทำให้มิสึคิดว่าตัวเองเป็นคนทำให้หล่อนฆ่าตัวตาย เขาโวยวาย (กรีดร้องสินะ) หลังจากนั้นก็กดสวิตช์ของตัวเองไป ไอบะกลับไปหาคนอื่นๆแล้วไปพบศพของมิสึเข้า เรียวตะก็บอกว่าเป็นเพราะมินามิ (เรียวตะกับมิสึเป็นคู่หูกันนะครับ) และพยายามทำร้ายมินามิ แต่มินามิก็ไม่ได้ตอบโต้ (ไม่รู้เหมือนกันเพราะต้องการความสงสารหรือว่ารู้สึกผิดจริงๆกันแน่) จนกระทั้ง ของบางอย่างตกลงมาจากกระเป๋าของมินามิ มันเป็นสวิตช์สีเงิน(เป็นอันเดียวที่ต่างกับของคนอื่น)มินามิจึงเล่าให้ฟังถึง 17 ปีที่ยากลำบากในการเอาชีวิตรอดของเขาและเป็นคนเดียวที่ไม่ตาย(ให้มาซามิฟังมั๊ง)
แต่เรียวตะที่ได้สวิตช์ไปก็ไม่สนใจอะไร เอาแต่ขู่ว่าจะกดสวิตช์ มินามิก็ยังไม่ตอบโต้อะไรเช่นเคย ได้แต่ร้องขอชิวิตว่า เขาสู้มาอย่างยากลำบากเพื่อที่จะมีชีวิตอยู่ เพราะฉะนั้นอย่าฆ่าเขาเลย มาซามิเข้ามาปลอบเขา ทำให้มินามิเชื่อใจเธอ ว่าเธอสามารถปกป้องเขาได้เธอพยายามจะปกป้องเขาอย่างจริงจัง ถึงแม้มันจะหมายความถึงการทรยศต่อพวกพ้องของเธอ เรียวตะยกสวิตช์ขึ้นพร้อมจะกด มาซามิกับไอบะได้แต่ยืนช็อค แล้วเสียง คลิก ก็ดังขึ้น ทุกอย่างหยุดไปครู่หนึ่ง (คนดูแทบจะกลั้นหายใจแล้วอ่ะ) หลังจากนั้นสักพักหนึ่ง มินามิเริ่มที่จะขยับตัว แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ตาย แต่เรียวตะกลับกลายเป็นฝ่ายที่ล้มลงไปแทน อะไรบางอย่างตกจากมือมาซามิ มันก็คือสวิตช์ของเรียวตะนั่นเอง เธอฆ่าเรียวตะ ผู้ชายที่อยู่กับเธอมา 7 ปี คนที่รักเธออย่างจริงจังและเชื่อเธอด้วยชีวิต (มาถึงตอนนี้ขอบอกว่า มันเศร้ามากๆ คนดูในฮอลล์ร้องไห้กันสุดๆ ขนาดโรว์อ่านแค่รีวิวยังน้ำตาซึมเลย แต่ดูท่าทางโรว์จะเล่าไม่ได้อารมณ์ขนาดนั้นแฮะ)
หลังจากที่ด๊อกเตอร์เห็นว่าแผนการของมินามิไปได้ด้วยดี เพราะตายไปสองคนแล้ว เขาก็หันมาแกล้งไอบะ โดยการพูดถึงอนาคตที่มองไม่เห็นทางของไอบะ และ เข็นรถเข็นเขาไปอย่างบ้าคลั่งโดยที่ไอบะไม่สามารถหยุดได้ และก็หันมาข่มขู่มาซามิ(คิดว่าอาจจะเกี่ยวกับเรื่องเพศด้วยมั๊ง) จนมาซามิแทบบ้าไปเลยทีเดียว และตอนนี้เองทีมินามิออกมาปกป้องเธอ ด๊อกเตอร์จึงควักปืนออกมา ยิงไอบะที่หัวเข่า(ถ้าไม่มั่วนะ) แต่ทั้งสามคนก็หนีออกไปได้พร้อมกับปืน

หลังจากนั้นพวกเขาหลับอยู่ในมุมมืดของเมือง โดยอาศัยเงินที่เก็บได้ไปซื้อข้าวปั้นที่ร้านสะดวกซื้อ อยู่กันอย่างยากลำบากอ่ะ แต่พวกเขาก็มีเวลาที่สนุกสนาน ได้คุยและหัวเราะอย่างสนุก แล้วไอบะก็ออกไปครู่นึง แต่ว่าเขาไม่ได้ออกจากตึกไป เขายืนฟังมินามิกับมาซามิคุยกันเรื่องอนาคตว่าจะสามารถทำอไรได้ ตอนนั้นเองที่ไอบะหยิบสวิตช์ของเขาออกมาและกดมัน (ไอบะคุ๊งงงงงงงงงงง เศร้าง่ะ) (ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมไอบะถึงตัดสินใจที่จะกดสวิตช์ อาจจะเป็นเพราะเขามองไม่เห็นอนาคตของเขาก็เป็นได้ ก็โรว์มันได้แต่อ่านนี่ เลยเดาได้แค่นี้) ขณะที่ทั้ง2คนยังงงกันอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้น ด๊อกเตอร์ก็ตามพวกเขาจยเจอ มินามิชักปืนขึ้นมาขู่ แต่ด๊อกเตอร์มีสวิตช์ของเขา ทั้งคู่จึงต้องกลับไป
และตอนนี้ก็มีแค่พวกเขาสองคนที่เหลืออยู่ พวกเขาไม่ยอมเลิกที่จะหวัง ในที่สึด มินามิรู้ถึงเหตุผลในการมีชิวิตอยู่ของเขา นั่นก็คือ มาซามิ พวกเขาวาดภาพอนาคตด้วยกัน (แต่งงานและทำงานอยู่ด้วยกัน) แล้วมาซามิก็ถามว่ามินามิรักเธอมั๊ย มินามิตอบว่า เขารู้สึกเหมือนเธอ แต่มาซามิบอกให้พูดออกมาตรงๆ มินามิค่อนข้างอายแต่ก็พูดออกมา
ผมรักคุณเช่นกัน
ทันใดนั้นเอง มาซามิก็ล้มลง
มินามิคิดว่ามันเป็นเรื่องล้อเล่น แต่มันเป็นเรื่องจริง มาซามิกดสวิตช์ของเธฮ ในกระเป๋ากระโปรง มินามิสับสน ทั้งๆที่เขาเพิ่งคิดว่า มาซามิคือเหตุผลในการมีชีวิตอยู่ของเขา และเชื่อว่าความหวังมีอยู่จริง และทุกอย่างก็ทลายลง เขาร้องออกมาดังๆ ร้องไห้และกอดร่างของเธอไว้ แล้วพูดว่า
เราจะอยู่ด้วยกัน... ด้วยกันเสมอไป
และเขาก็กดสวิตช์ของเขาเอง และล้มลงไปบนร่างของเธอ (เวทีเริ่มมืดลงและเงียบ เสียงที่มีอยู่ก็มีแต่เสียงร้องไห้และสะอื้นของเหล่าคนดูเท่านั้น) หลังจากที่มืดไปครู่หนึ่ง ไฟก็มา และด๊อกเตอร์ก็รับโทรศัพท์อยู่ใกล้ๆคนทั้งสอง คุยกันถึงเรื่องคาราโอเกะปาร์ตี้ เพราะว่าพรุ่งนี้ เขาก็ไม่มีงานต้องทำแล้ว
และเรื่องก็จบลงแค่นี้ครับ

โรว์ว่า เรื่องมันดีมากๆเลย มันสอนอะไรมากมาย ชีวิตมันไม่ได้ไรค่า กับเด็กที่กดสวิตช์ทันทีที่ได้รับมันดูโง่ไปหน่อยหรือป่าว ทั้งๆที่คุณยังไม่ทันได้เริ่มอะไร แต่กับคนที่สู้มาถึงเจ็ดปี (เราคิดว่าพอ 17 ปีเต็มแล้วเค้าจะได้ออกไปนะ) แต่กลับมาท้อแท้เอาตอนสุดท้าย ดูมันแย่อ่ะ เหมือนกับจะสอนให้เราไม่ยอมแพ้ เพราะมนุษย์มักจะเลิกกันง่ายๆ กับคนที่ฆ่าตัวตายมันก็เหมือนกับการกดสวิตช์นี่แหละ ตัดสินใจแค่เพียงแว่บเดียวแต่ผลที่ตามมา มันแก้ไขอะไรไม่ได้ เพราะฉะนั้นก่อนทำอะไรก็คิดให้ดีก่อนนะครับ
แล้วถ้าเป็นคุณละ จะกดสวิตช์มั๊ย?

วันนี้โรว์คงพอแค่นี้ พรุ่งนี้จะมาต่อที่เอนทรี่เดิมครับ

อ๋อ เรื่องอีเว้นท์ก็รอพรุ่งนี้น้า

*************

ในที่สุดก็มาจนได้!! เพิ่งทำงานเสร็จไปเอง (ยังอยู่ในช่วงตรวจสอบ) วันนี้ Presentation ผ่านไปได้ด้วยดีครับพ้ม

ขอพูดเรื่องพรีเซ้นท์นิดนึง หัวข้อคือให้ครีเอท บริษัทขึ้นมา แล้วมารายงาน ทำให้ดูเหมือนจริงให้มากที่สุดอ่ะ
บริษัทโรว์เป็นบริษัทนำเข้าของเล่นจากทั่วโลก(เว่อร์มาเลยแหละ) มันก็จะต้องคิดเรื่องเงิน เรื่องพนง.เรื่องอื่นๆปลีกย่อย แต่ของโรว์เอง ทำเกี่ยวกับเรื่องโฆษณา ก็ให้พี่ชายท่านช่วย ช่วยได้เยอะจริงๆ แต่ที่เอามาพูดคราวนี้ก็เพราะมีไฟล์มาให้ดูกันเลย ภาพโดยพี่ชายโรว์ครับ ส่วนที่เหลือฝีมือโรว์เอง ลงสีและทำเป็นแบบนี้
เพลงประกอบคุ้นๆกันมั๊ย ถึงแม้จะผิดฤดูไปหน่อยก็ตาม เอาล่ะมาดูกัน มันเป็นโฆษณาที่ทำให้กลุ่มโรว์ดูดีขึ้นมากทีเดียว

เป็นไงฮับ งานนี้ทุ่มเทมานานสองอาทิตย์ สามวันสุดท้ายได้นอนแค่วันละ 2-3 ชั่วโมงเอง

ต่อไปขอพูดถึงดรีมไลฟ์นิดเดียว นิดเดียวพอจริงๆเพราะเคยพูดไปแล้วนะ มันก็ออกมาแนวเดิม คิดแล้วเครียด ตอนนี้สุขภาพย่ำแย่เพราะนอนไม่พออีกแล้วเลยว่าจะไม่เครียดฮะ

เรื่องเครียดๆก็ย้อนกลับไปอ่านเอนทรี่เก่าๆเอาละกันนะ
ส่วนตอนนี้ก็มาเริ่มกันทีละเพลงเลย
Do your best! Rap Version By HYOTEI คือ ก็น่ารักดีฮะ เด็กคันไซที่ไม่ค่อยจาแร็พกะเค้าเท่าไหร่ กะเด็กแร็พที่เหน่อนิดหน่อย (ยูชชี่กะชิชิฮะ)
Do your best! ธรรมดาก็ไม่มีอะไร รอบเดียวเองจำไม่ค่อยได้อ่ะนะ
Deta wa uso tsuganai yo! อินูอิน่าร๊ากกกกกก แฟนๆน่ารักมากกกกกกกกกก ร้องตามกันดังขนาดนี้ น่ารักสุดๆไปเลย ฝีมือวาดรูปของเทนไซก็ชวนอึ้งรับประทานจริงๆ
Sannen de DOUBLE ก็ดูธรรมดาไปเลยเมื่อเทียบกับเพลงต่อไป
Good Combination ของชิชิโดะโอโทริ ที่หวานกันแบบสุดๆ ทามมายยยยย หวานเกินไปแล้วววว ยูชชี่กะงาคุก็น่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เจอเด็กเฮียวเทหวานใส่กัน เซงาคุดูด้อยไปเลย
เบิร์นนิ่งไม่มีอะไร (จำไม่ได้)
โคริก็ไม่ค่อยเปลี่ยน
เพลงต่อไป ถ้าอ่านไม่ผิดนะ Makezu kirai (เคยมีคนอ่านมาให้อ่ะ) แต่คิดว่าแอบผิดอ่ะ ไปแปลมาแล้วมันเป็นว่า จิตวิญญาณที่ไม่ยอมแพ้ ประมาณนั้น อาจจะมั่วได้ 100% แต่โรว์ว่าเป็นเพลงที่เหมาะกะเฮียวเทมากมาย เหมือนกับพูดถึงว่า เป็นคนที่เกลียดการพ่ายแพ้แบบสุดๆอะไรอย่างนั้นอ่ะ
เพลงต่อไป ไม่รู้ชื่อเพลงนะ (อ่านไม่ออกนี่นา) เพลงรวม3คน ทำไมให้เฮียวเทร้องตั้งเยอะ แต่เซงาคุมาที ยัดมันลงไป อิอิ
Katsuno wa Hyotei น่ารักที่สุดในโลกกกกกกก แฟนๆทุกคนตะโกนได้เต็มปากเต็มคำมากเลย(ไม่กลัวเซงาคุน้อยใจเหรอ)
ช่วงทอล์คตรงนี้ ฮามากมายจริงๆ สนุกมากๆ ถึงจะไม่เข้าใจทั้งหมดก็ตาม แต่หัวเราะจนไม่ไหวแล้วอ่ะ ชุดไพรเวทแต่ละคนก็น่ารักสุดๆ สไตลิสเก่งมากมาย เซงาคุดูจืดไปทันตา
ต่อด้วยโคริ2และOre sama ก็ไม่เปลี่ยนอะไรมากยกเว้น อาโตเบะ เซ็กซี่มากขึ้นเป็น 100 เท่าสุดๆไปเลย กิ๊วก๊าว
Season ชอบมากมาย เนื้อหาดีมากๆ ไม่รู้ทั้งหมดหรอก แต่โดยรวมก็เป็นว่า พูดถึงฤดู 4 ฤดู เริ่มต้นด้วยใบไม้ผลิ ที่ๆพวกเราได้พบกันครั้งแรก(ที่ชมรมเทนนิสนะครับ ถ้าเป็นใต้ต้นซากุระก็คงเป็นฟิคไปแล้ว แต่พอฟังแล้วก็เลยคิดฟิคขึ้นมาได้ ติดตามนะครับ Fic ชื่อ Sakura no Pinku:: Pairing- Takumi X Ruito ก็ชอบคู่นี้อ่ะ)
จากนั้นก็เพลงAitsukosouga Tennis no oujisama+I'm always winnerอยากจะถามว่า คิดได้ไงอ่ะ ฟังเพลงนี้แล้วประทับใจมากๆ ยานางิของเราเสียงดีขึ้นเยอะเลย คงฝึกหนักน่าดู
Yume wo tsunage ไอบะจางงงง ชิโรตะทำคะแนนขึ้นมาเยอะเลยอ่ะ ไม่คิดว่าจะทำตัวน่ารักกะเค้าด้วย แถมช่วงนี้ดูดีสุดๆ
Ichinen Trio Medley ก็เยี่ยมครับ
Crystal(จำไม่ได้แย้วแฮะ) รู้แต่เศร้าอ่ะ อ๋อ ซุกิน่าร๊ากกกก
On my way น่ารักเหมือนเดิม
Run Run Run! มันเป็นเพลงตอนยามาบุกิ แต่คิดดูสิ เฮียวเทร้องได้อ่ะ รู้สึกประทับใจจัง

นอกเรื่องนิดนึง แหวนนี่โรว์ซื้อมาฉลองจบการศึกษาของเด็กมิวคร้าบ ไม่เกี่ยวก็จะเอาให้เกี่ยวอ่ะนะ


~Ring for Graduation Ceremony~

เอาล่ะ แค่นี้พอครับ สำหรับดรีม

เรื่องต่อมาก็เป็นงานที่พรุ่งนี้ โรว์ต้องไปเขียน Final Draft ส่ง เป็นงานเขียนข่าว (แต่ตอนนี้ไปเป็นทาง Featureแล้วอ่ะ) เอามาให้อ่านกันเล่นๆ เพราะจะเอาไปโพสต์ที่อื่นด้วย ได้ความร่วมมือจากหลายคน ขอบคุณมากครับ

Tennis on stage!

Story by Row

What make people be ambitious? Your family and friends? Or your love and desire? All of these girls that Im going to talk about be ambitious because of their love to Tennis no ouji sama Musical that come from Japan. Almost of fans that live outside Japan only see the DVDs and they fall in love with it! These musicals make fans become a dreamer and they really try to get to their dream by working hard and make themselves be better. Beside the entertainment from the musical, all fans still gain some good trips to use in a daily life, for example, to never give up though your life is so hard. Its become a motivation for the audiences to be a good person. The good effect for the audience are, they can make friends and try to study Japanese Language little by little. They always dream to become a part of the musical, the staff, stylish or the technician.

Lets know much more about Tennis no ouji sama Musical, the musical based on Tennis no ouji sama, a famous manga and Animation in Japan,originally by Konomi Takeshi. The name means The prince of Tennis, that refer to a main character in the story, he is a 12 years old tennis genius boy. The story started since he joined Seigaku Junior high schools Tennis Club, which is know as the most competitive team in Tokyo. Then he becomes one of the regular members for the team and Seigaku Tennis Team has to have a match with many rival schools teams, moreover, each rival school team will be one of the musical performance. Tennis no ouji sama Musical started in 2003 and keep going on, there are about 11 performances for now. The last performance was in March 2006 and the next performance will perform in August 2006. No one ever imagine about tennis match on the stage, they would be wonder but the truth is they do it with light and sound for a tennis ball and it is very interesting. Everyone can get the information about the musical through the official website or fan site.

Unlike the western musical, Tennis no ouji sama Musical is not famous at all but it is well-known in a group of manga and Animations fans. However, its wonder that a small group of fan spread around the world, for instance, USA, Germany, Hong Kong, etc. The reason is because of the actors, they are not only smart but also talent at dancing, singing and acting. Also people love how the actors working so hard for each performance and that make the combining of the stage and the performance getting smooth and attractive. They are getting better in each performance.

On the other hand, Tennis no ouji sama Musical is not only have an advantage because it is in Japan and cost a lot. Some fans spend a lot of money with it but they dont regret. I dont regret spending money with it because it would have been spent somewhere else anyway, and owning and seeing what I have, has brought me a lot of happiness said Marissa 24, girl from USA. The next question is coming, whats being crazy too much. Actually it depends on the audiences themselves to dont let it take over your life. Better to let this enhance your life than rule your life said Jamie 25, American girl.

Finally, Tennis no ouji sama become more popular now and also the performance is getting better each time. For one who interest, this musical are only perform in Japan, and there are about 3 seasons for the performances around the year and it will keep going on for a few year. The price is about 6800 yen or 2176 baht per seat, the last performances ticket sold out in about 20 minutes which tell us, it is not easy to find the tickets. As you can see what I have said, you will gain more than entertainment form this musical and know why it become popular around the world. The wonderful of dancing with racket will make you never forget!!


เอาล่ะ มาเข้าเรื่อง อีเว้นท์กันบ้าง ตอนนี้โรว์ยังสรุปวันไม่ได้ฮะ แต่กิบอกว่าให้เป็นวันที่ 13 เดือนหน้า จะว่างกันมั๊ยชื่องานคือ
Tenimyu Only Event
ตัวงานก็คือ นั่งดูดรีม3กันนะเอง หรือจะมีอะไรอื่นๆตามมาตามแต่จะรีเควส ก็เป็นการพูดคุยแลกเปลี่ยนอะนะฮะ ใครสนใจขอให้ลงชื่อไว้ ถ้าล่มเราจะได้ไม่เสียเวลา
เวลาคือ เกือบทั้งวันฮะแต่ไม่ดึกนะ น่าจะถึงบ่าย3-4 โมงอ่ะ
สถานที่ คอนโดท่านแม่เรา (ยังไม่มีคนอยู่) แถวๆฝั่งธน ไกลไปหน่อย แต่ถ้ามีสถานที่มาก็รับพิจารณาฮะ

ส่วนอันนี้ส่วนตัวโรว์ครับ
TenipuriUniform Only Cosplay Event
สถานที่ : แถวๆสะพานสาธรฮะ มันสวยดี+ตามร้านอาหาร เพราะว่าจะกิน
เวลา: น่าจะเช้าฮะ แดดจะได้ไม่แรงรูปจะได้สวย และบ่ายก็ไปหม่ำ
วัน : ใครสนใจลงชื่อเลย บอกด้วยว่าจะคอสใครจะได้ไม่ซ้ำกันน้า เราจองยูคิมูระให้อากิจ้าส่วนเราไม่รู้แฮะ คิดก่อนนะรับทุกโรงเรียนจ้า แล้วเราจะนัดวันกัน จะได้สะดวกกันทุกคน
** ต้องคอสทุกคนน้า **

แค่นี้แหละมั๊ง คิดไม่ออกแล้วล่ะว่ามีอะไรอีก

อาจจะสงสัย ว่าทำไมต้องเขียนเอนทรี่เดียว เพราะว่าจะไม่มาเขียนอีกชาตินึงอ่ะ เลยอยากรวมทุกอย่างไว้เลย จะรอฟังคำตอบนะครับ


edit @ 2006/07/27 01:21:58
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
อึก......พอจะรู้ว่าเรื่องมันเป็นแนวดราม่าและค่อนข้างเศร้า..
เห็นรีพอร์ทของเรื่องนี้แต่ก็ต้องถอดใจเพราะอ่านไม่ออกจริงๆ จะแปลก็มิได้จะสอบแย้วววว

แต่ว่า..วันนี้...ได้มาอ่านเป็นภาษาไทยจากบลอคของพี่โรว์..
ดีใจมากคับ..แล้วก็...หงอยไปในพริบตาเลยทีเดียว...

น่าดู......เป็นมิวที่น่าดูมากๆ...และโอ๊ยยยยยยยยยย สะอื้นเข้าจนได้อ่ะ

เข้าใจแล้ว..ความหมายของ..
"When the switch is pressed ~What is it that you're living for?~"
อย่างลึกซึ้งเลยทีเดียว...

ตอนนั้นเอง..ที่ไอบะหยิบสวิตซ์ของเขาออกมาแล้วกดมัน...
คำนี้...คำนี้..โฮก...ไม่อยากจะนึกถึงฉากในมิว...
ไม่อยากจะนึกภาพ...

ตาย....แค่อ่านก็พาลจะไม่ไหว ถ้าดูคงได้พรากแน่..ฮ่าๆๆๆ

สรุปแล้ว ก็ตายทั้งหมด...
ขอบคุณพี่โรว์สำหรับรีพอร์ทฮะ ขอบคุณมากๆ><
เห็นออนอยู่กะว่าจะไปทักถามแล้วเชียวว่าเรื่องเป็นยังไง 5555.......

แง......ไอคุง........งื้ด...........ไอคู๊งงงง~~~!!!!!
#1  by  【いくみ】 At 2006-07-26 02:13, 
- คิดถึงทั่นมากๆเลย งานเยอะก็สู้ๆงับ * *
- ไอบะอันนี้ต้องเป็นอันที่ ikumiซังส่งรูปมาให้ดูแน่เลย รึเปล่าหว่า
- น้องงู!! (ไม่เป็นไรคนไหนเราก็ชอบ)
#2  by  Sp@rk At 2006-07-26 11:09, 
ไม่ได้มาเยี่ยมนาน โต้ดง้าบ
อยากดูเหมือนกันค่ะ สารภาพว่ามี่กี่มิวๆเคยดูแค่มิวเดียว(กระซิกๆ)
ขอบคุณมากค่าทีรีพอร์ตเล่าสู่กันฟัง สักวันวันนั้นเราจะได้ดู(?)
#3  by  佐伯くん ☆ Saeki At 2006-07-26 15:54, 
ขอบคุณที่เขียนให้อ่านนะคะ ตอนเห็นแค่ภาพก็ไม่รู้ว่าเนื้อเรื่องเป็นยังไง ...พอรู้แล้วก็..คิดว่าเรื่องมันหนักมากเลย แต่ก็เป็นเรื่องที่ดีมากๆ
อ่านไปนึกภาพตามไป น้ำตาจะไหล เป็นเรื่องที่เศร้ามาก..
ชอบข้อความที่โรว์ซังเขียนต่อจากเนื้อเรื่องด้วยล่ะ ..น่าคิดนะ...
#4  by  :nakare: At 2006-07-26 20:03, 
ถ้าต้องอยู่แต่ในห้องทดลองแบบในเรื่องล่ะก็ กดสวิทตช์หรือเปล่าก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอก อาจตีความได้ว่า คนที่กดสวิตช์ คือคนที่พยายามแสวงหาทางออกชีวิตทางอื่นที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาและกายภาพ

ห้องทดลองคือกรงขัง ร่างกายคือกรงขัง พวกเรามากดสวิตช์กันเถอะ!!! (นี่ตูมาชวนฆ่าตัวตายหมู่เรอะเนี่ย)
#5  by  LUMiN At 2006-07-26 23:53, 
พิมพ์ตกไปนิด

เราว่า วัย10ขวบนั่น ยังอยู่ในช่วงพัฒนา การใช้จินตนาการร่วมกับประสบการณ์ อยู่เลย แล้วในห้องทดลอง ที่คงจะไม่ค่อยมีที่ให้ส่งเสริมคุณสมบัติด้านจินตนาการ การได้กระบอกที่มีปุ่ม.... มันน่ากดจะตายนะ = =,, พูดจริงนะเนี่ย

หยั่งกะ กระทบกระเทียบสังคมที่ปิดกั้นการใช้จินตนาการของเด็ก แล้วก็มาโทษเด็กว่าโง่ ทั้งที่สิ่งที่เด็กกระทำก็เนื่องมาจากการกระทำของผู้ใหญ่ล้วนๆ....
#6  by  LUMiN At 2006-07-26 23:58, 
ลงชื่อ!! สนใจทั้งสอง event คอสเป็นไรก็ได้แต่ก็คงไม่พ้นนิโอกับยูชิ (ทรงผมได้ แต่ยังยาวไม่พอเป็นยูชี่ง่ะ) แต่วันที่ 13 ยังไม่ค่อยแน่ใจเพราะวันที่ 14 เปิดเทอมงับ
#7  by  Sp@rk At 2006-07-28 23:09, 
ลงชื่อว่าสนใจค่ะ
สนทั้ง 2 อีเวนท์เลย..เรื่องคอส..เป็นอะไรก็ได้ - - ! ( แอบอยากเป็นตากล้อง)
#8  by  :nakare: At 2006-07-28 23:49, 
พี่นากาเระแนะนำมาฮะ
สนใจทั้ง2อีเวนท์เช่นเดียวกัน !!
จองกาคุโตะ นะเคอะ
#9  by  みやッチ☆ At 2006-07-29 16:26, 
เหนรายชื่อนักสแดงแล้วอยากดู
ยิ่งมาอ่านเรื่องย่อยิ่งอยากดูใหญ่
ขอบคุณค๊า ที่พิมพ์ให้อ่าน สุดยอด ยกนิ้วให้

เทนิมิวววว อีเวนนี้น่าสนใจมากกกก
อยากไปจิงๆ แต่อยู่ต่างจังหวัด
อยากไปจิงๆนะเนี่ย ทำไงดี๊...
#10  by  ~(Twin)~ At 2006-07-30 15:52, 

<< Home