คุณเคยตัดสินใจอะไรผิดพลาดมั๊ย? ผมทำ
เมื่อเกือบเดือนที่ผ่านมา ผมได้ตัดสินใจสิ่งที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิตผมไป เพียงเพราะความขี้ขลาดของผม เพียงเพราะความกลัวว่าจะต้องเสียเวลาลงเรียนใหม่สองตัว เพราะกลัวว่าไปคุยกับอ.แล้วเค้าจะไม่ยอม ทั้งหมดคือความขี้ขลาดของผม
เมื่อวันที่ 26กุมภาพันธ์ ผมตัดสินใจ ว่าจะไม่ไปดรีมไลฟ์3เพียงเพราะเหตุผลข้างต้น ผมก็คิดว่ามันคงไม่แย่นักหรอก แค่ดรีมไลฟ์เอง เดี๋ยวเฮียวเทก็มาอีกอยู่ดี ตอนนั้นผมคิดแต่เรื่องเด็กเฮียวเท มันมีข่าวลือออกมาอยู่ แต่ผมไม่เชื่อมันเท่าไหร่เลยไม่ได้นับเข้ามาในการตัดสินใจ
แต่แล้ว มันกลับเป็น การตัดสินใจที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิตของผม
แล้วมันคงจะยังหลอกหลอนผมตลอดไป
ช่วงหนึ่งเดือนหลังจากที่ตัดสินใจไป ไม่มีข่าว หรือเหตุการณ์ใดๆที่ทำให้ผมเสียใจเลย(ทั้งหมดเกี่ยวกับมิวอย่างเดียวนะครับ) แต่ก็อาจจะเป็นเพราะช่วงนั้นผมเคร่งอยู่กับเรื่องเรียนมากด้วยล่ะมั๊งก็เลยไม่มีอะไร ผมเริ่มเรียนวิชาใหม่ วิชาที่เป็นเหตุให้ผมตัดสินใจจะไม่ไป สองวิชา แล้วรู้มั๊ยว่าสองวิชานี้ มันไร้สาระสุดๆ สิ่งที่ผมทำคือ นอน ตลอดเวลาที่อยู่ในห้อง แล้วความไร้สาระนี้มันก็ทำให้ผมยิ่งคิดมาก
เช้าวันที่ 28 มีนาคม ผมปรับนาฬิกาตัวเองให้เป็นเวลาที่ญี่ปุ่น รอบแรกแสดงตอน11โมงตรง เก้าโมงเช้าประเทศไทย ผมไปถึงมหาลัยพอดี ผมใส่รูปของเด็กเฮียวเทไว้ในนงสือเรียน แล้ววางมันไว้บนโต๊ะ มองดูนาฬิกา แล้วก็คิดว่าคงเริ่มแล้วสินะ
ความคิดต่างๆมันต่อมา ผมสงสัยว่าทำไม ผมถึงมาอยู่ตรงนี้ ทั้งๆที่มีที่ที่ตัวผมควรจะอยู่ ผมสงสัยว่าผมมานั่งทำอะไรไร้สาระอยู่ตรงนี้มันไม่ใช่ที่ที่ผมควรอยู่ แล้วความคิดเหล่านี้ก็ทำให้ผมสติแตก ผมเริ่มร้องไห้ เพื่อนๆที่นั่งอยู่ข้างๆเป็นคนเดียวที่รู้ เขาปลอบผม แต่ยิ่งปลอบก็ยิ่งร้อง จากที่แค่น้ตาไหล ร้องไงยบๆ ผมถึงกับต้องวิ่งออกไปนอกห้องเพราะว่ากลั้นตัวเองไม่อยู่ วิ่งไปห้องน้ำร้องไห้อยู่คนเดียว เป็นการร้องไห้ที่สติแตกมากๆ ไม่รู้ว่าร้องเพราะอะไร อาจจะเป็นเพราะผมไม่ได้อยู่ที่ตรงนั้นก็เป็นได้
หลังจากนั้น ผมซึมทั้งวัน ไม่ได้ร้องไห้อีกจนกระทั่งกลับบ้านมาอาบน้ำ ตอนอาบน้ำผมเปิดฝักบัวให้มันไหลไปเรื่อยๆพร้อมกับร้องไห้ ผมก็หวังว่ามันจะทำให้ผมดีขึ้น สายน้ำเย็นๆคงจะทำให้ใจผมที่ร้อนลุ่มมันเย็นลง แล้วก็คงจะเป็นอย่างงั้น หรือเพราะมีเจ้ากิอยู่ด้วยก็ไม่รู้ มันทำให้คืนนั้นผมใจเย็นลง ไม่คิดอะไรมากเกินไป อาจจะเป็นเพราะมีคนอยู่ข้างๆและคุยด้วยก็เป็นได้
วันที่ 29 ผมโดดไม่ไปเรียน และผมก็คิดว่ามันดีแล้ว ให้ผมอยู่บ้านกะเจ้ากิ มีเพื่อนคุย ดีกว่าไปมหาลัยแล้วนอนเฉยๆให้คิดมาก วันนี้ผมร้องไห้ในห้องน้ำเหมือนเคย
หลังจากนั้นผมเลยใจเย็นลงเรื่อยๆเริ่มคิดอีกครั้งว่าไม่เป็นไร แต่นั่นก็เป็นตอนที่ผมยังไม่รู้ข่าวที่ออกมา เพราะผมไม่ได้เล่นเน็ทเลย
จนในที่สุด วันสุดท้ายของคอร์สเรียน วันนี้เรียนแค่ครึ่งวันที่เหลือเค้าจะไปสังสรรค์กันก่อนที่จะปิดเทอม วันที่ 1 เมษายน
ผมอารมณ์ค่อนข้างดี ยอมให้เพื่อนๆถ่ายรูป แล้วผมเองก็เอากล้องไปนั่งถ่ายรูปตัวเองเล่นด้วย พอเที่ยงขณะที่กำลังจะไปฉลองเรียนเสร็จกับเพื่อนๆ วันนั้นอากิไปงานที่มาบุญครอง มันโทรมาหาผม ผมที่อยู่ในลิฟท์กับเพื่อนเป็นสิบคน
กิโทรมาว่า "เด็กมิวโซสึเกียวแล้ว" ผมร้อง "หา?" กิโทรมา บอกว่า มีคนบอกมาว่า เด็กมิวโซสึเกียวแล้วทุกคน ยกเว้นไอบะ
ทันทีที่ผมเข้าใจเรื่องราว ผมร้องไห้ ลิฟท์ถึงชั้นล่างพอดี เพื่อนๆมองผมอย่างไม่เข้าใจ ผมร้องไห้ค่อนข้างหนัก ก่อนที่เราจะขึ้นรถไปร้านอาหาร ผมร้องไห้เงียบๆคนเดียวอยู่บนรถ เล็บจิดลงบนมือให้แรงเท่าที่จะทำได้ เหมือนเป็นการลงโทษตัวเอง หลังจากนั้นผมยังต้องไปฉลองกับเพื่อนตามที่นัดไว้ แล้วมันก็ทำให้ผมรู้ว่า
ไม่ว่าจะรู้สึกอย่างไร ตัวผมก็ยิ้มได้เสมอ ผมยิ้มให้เพื่อน หัวเราะกับเพื่อน ถึงแม้ในใจผมจะเศร้าเพียงใดก็ตาม
ผมคิดถึงคนที่ผมสามารถร้องไห้ด้วยได้ แต่เค้าก็ไม่อยู่ซะแล้ว อีกคนที่ผมอยากร้องไห้ด้วย ก็ติดต่อไม่ได้ มันทำให้ผมรู้สึกเหลือตัวคนเดียวมากๆ
คืนนั้นผมออนเอ็มด้วยมือถือ หวังว่าจะมีใครซักคนที่เข้าใจความรู้สึกผม แล้วปลอบผมได้ แต่ผมคงได้แต่คิดไปเองคนเดียว มันไม่มีใคร คนที่เข้ามาดีกับผมก่อนหน้านี้ก็เพียงเพราะตัวเค้าทะเลาะกับแฟนมันยิ่งทำให้ผมคิดว่า ตัวผมมันมีค่าแค่นี้เองซินะ แค่ตัวแทนตอนที่เค้าเหงา แต่ก็อาเถอะ ผมรู้ตัวอยู่แล้วว่า ผมไม่ใช่คนสำคัญสำหรับใครคืนนั้นผมร้องไห้อีกครั้ง
เช้าวันรุ่งขึ้นผมตื่นมา สภาพจิตใจค่อนข้างแย่ เลยคิดโง่ๆ สร้างแผลให้ตัวเอง แต่คนขี้ขลาดอย่างผมก็ทำได้เพียงแผลบางๆ เพราะกลัวที่จะเจ็บ แต่คราวนี้เป็นเส้นยาวสามเส้น จริงๆแล้วผมไม่อยาทำ เพราะผมรู้ว่าถ้าทำ มันจะทำให้หลายๆคนรู้สึกไม่ดี แต่ผมก็ทนไม่ได้จริงๆ หลังจากที่สร้างแผลให้ตัวเองแล้ว สภาพจิตใจผมดีขึ้น เหมือนกับได้ทำอะไรขึ้นมาบ้างแล้วจนถึงวันนี้ แผลที่ทำขึ้นมายังเป็นรอยอยู่ ผมมองแผลพวกนั้นแล้วคิดอะไรหลายๆอย่าง... มันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมาเลยนะ นอกจากจิตใจผม
นี่ เป็นเรื่องของผมหลังจากที่ตัดสินใจอะไรบางอย่างผิดไป แล้วมันก็คงจะทำให้ผมกลัวการตัดสินใจไปตลอดแน่ๆ
ตอนนี้ผมยังเจ็บอยู่ ไม่ค่อยกล้าที่จะตามเด็กมิวมากนัก แต่สภาพการใช้ชีวิตประจำวันกลับมาเหมือนเดิมแล้ว แค่ขี้หงุดหงิดขึ้น ขี้น้อยใจขึ้น ขี้เหงาขึ้น
เป็นเพราะปกติเวลาที่ผมเฟลจากมิวแล้ว ผมจะเติมเต็มได้ด้วยความรู้สึกดีๆจากดีวีดีมิวหรืออะไรหลายๆอย่าง แต่ของที่มาคราวนี้ ยิ่งฉุดลงเหวเลย
ตอนนี้ผมไม่กล้าหยิบสมุดภาพมาเปิดดูด้วยซ้ำ เพราะมันทำให้ช้ำใจ
แต่เอาล่ะ!! คนเราจะต้องก้าวไปข้างหน้า
ผมจะไม่ทิ้งอดีตที่เจ็บปวดไว้ข้างหลัง แต่จะเอามันไปกับผม เพราะอย่างไร ประสบการณ์นี้ก็สร้างตัวผมในวันนี้ สร้างตัวผมในอนาคต แล้วผม จะสร้างอนาคตที่ไม่ต้องย้อนมาเสียใจอีก
(ทำไมถึงใช้แทนตัวว่า "ผม" ก็เพราะว่า ผม อารมณ์ไม่ดีน่ะสิ!!
-----------------------------------------------------------
หลายๆคนอาจจะมองดูแล้ว่า ทำไมเวอร์จังว่ะ แค่ไม่ได้ไปดูเอง เดี๋ยวดูดีวีดีก็ได้
สำหรับเรา เทนนิมิว เป็นอะไรที่มากกว่า ละครเพลง หรือ แฟน พูดไม่ค่อยถูกหรอกนะ ไม่ได้เป็นเหมือนแฟนไอดอลทั่วไป แต่ผม ดูการเติบโตของเขามา ก้าวไปพร้อมๆพวกเขา แล้วยามที่เขาร้องไห้ ผมก็อยากไปอยู่เคียงข้างพวกเค้าด้วย เรียกได้ว่า ถ้าไม่มีพวกเขา ก็จะไม่มีตัวผมที่พยายามอยู่เหมือนทุกวันนี้หรอก
คราวนี้มันเครียดพอแล้ว ยังไงคราวหน้าผมจะมาคุยเรื่องดรีมไลฟ์อีก เครียดเหมือนกัน แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของผมคนเดียวนะ อยากให้พูดรึป่าวยังไงบอกได้ เพราะเรามาช้าไปมากทีเดียว คงจะได้อ่านกันหมดแล้ว แต่ถ้ายังอยากอ่านก็จะเขียนอ่ะนะ

Along time ago, the one who betrayed you... was me.
You don't exist,you aren't ...anywhere -- I can't located you anymore...
It's completely finished,isn't it?