ครั้งหนึ่งมีคนเคยพูดเอาไว้
ชั้นสัญญา ชั้นจะไม่ทำให้นายต้องเสียน้ำตาเพราะชั้นแน่นอน
คำสัญญาที่ฟังดูมันคง แต่ตอนนี้ดูเหมือนมันจะ ไร้ค่า
*****************
แน๊วว~~ เสียงประหลาดๆดังออกมาจากร่างเล็กที่นอนกลิ้งอยู่บนเตียงในยามดึก เขานอนขดตัวกอดผ้าห่มอยู่บนเตียงเงียบๆอยู่ครู่ใกญ่ ในที่สุดก็เริ่มออกอาการ อาละวาด บนเตียงของตนเองแต่เหมือนว่าจะไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย คิเมะตัดสินใจลุกขึ้นมานั่งแทนแล้วตะโกนเสียงดัง
นอนไม่หลับง่า~~ เขาตีหมอนไปมาอีกหลายครั้ง ก่อนจะเหลือบไปเห็นโทรศัพท์ของตนเองที่วางอยู่ข้างๆหมอน หยิบขึ้นมากดๆดู แต่ก็ไม่มีอะไรจึงโยนกลับไปอย่างอารมณ์เสีย นั่งมองไปรอบๆห้องอีกครั้ง แต่ห้องทั้งห้องยังคงเงียบสงบอยู่เหมือนเดม
คิเมะหันไปหยิบโทรศัพท์มาอีกครั้ง แล้วกดโทรออกไปยังหมายเลขล่าสุดที่โทรออก ดังอยู่หลายครั้ง ก็ยังไม่มีคนรับสาย ก็แน่สิ นี่มันตี 2 กว่าแล้วนะ แต่คิเมะก็ไม่ละความพยายาม กดโทรออกอีกครั้งหนึ่งดังอยู่นาน แต่ในที่สุดก็มีคนรับขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูงัวเงีย
ฮัลโหล...
...
ฮัลโหล คิเมะ? น้ำเสียงของปลายสายฟังดูจะไม่ค่อยพอใจกับโทรศัพท์ในยามวิกาลเช่นนี้
บุโจครับ... คิเมะเงียบไปครู่หนึ่ง มาหาหน่อยได้มั๊ยครับ... น้ำเสียงฟังดูออดอ้อนแต่ก็แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ถ้าหากไม่สังเกตดีๆคงจะไม่รูสึกแน่ๆ แต่อีกฝ่ายกลับตอบเขาด้วยน้ำเสียงเย็นชา
คิเมะ นี่มันกี่โมงแล้ว? น้ำเสียงของทาคิงาว่าฟังดูเข้มกว่าปกติ
เขารู้ว่านี่มันกี่โมง แล้วเขาก็รู้ด้วยว่าพรุ่งนี้บุโจมีงานแต่เช้าด้วย แต่มันช่วยไม่ได้จริงๆนี่ ตอนนี้เขาเหงามากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆเลยทีเดียว ถ้าปล่อยเอาไว้ต้องตายแน่ๆ เข้าโหมดอุซางิก็แล้ว แต่ความเหงาครั้งนี้ก็คงจะมีแค่บุโจช่วยได้เท่านั้น ปกติเขาเองก็ไม่ได้เป็นคนเอาแต่ใจถึงขนาดนี้ และเขาก็รู้ด้วยว่างานต้องเป็นงาน คนที่ทำงานบันเทิงอย่างพวกเขาจำเป็นจะต้องใส่ใจงานที่มีมาอย่างเสมอ แต่อย่างที่บอกแหละ เขาเหงาจะตายอยู่แล้วอ่ะ
ผ... ผมรู้ครับ ต...แต่... ยังไม่ทันจะเปิดโอกาสให้คิเมะได้พูดถึงเหตุผลต่างๆนาๆที่อยู่ในหัว อีกฝ่ายก็เปิดฉากสวดซะแล้ว
ชั้นบอกไปแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าวันนี้ชั้นมีถ่ายแบบแต่เช้า ชั้นน่ะไม่เท่าไหร่หรอกนะ แต่ถ้าเกิดผิดพลาดอะไรไป มันไม่ใช่ชั้นคนเดียวที่จะเดือนร้อน แล้วมันก็จะรบกวนพวกสต๊าฟด้วยใช่มั๊ย คิเมะเองก็ทำงานแบบเดียวกันนี่ น่าจะเข้าใจไม่ใช่เหรอ... เขาเว้นจังหวะ
ติเมะอยากจะแก้ความเข้าใจผิดของอีกฝ่าย แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะไม่มีจะงหวะที่จะให้เขาเอ่ยปากได้เลย ทำไมนะ! ทำไม บุโจถึงไม่ยอมฟังที่เขาพูดเลย
ปกติคิเมะไม่ใช่คนเอาแต่ใจแบบนี้ไม่ใช่เหรอ คิเมะเองก็รู้นี่ ว่างาน ต้องเป็นงาน... ทาคิงาว่าเงียบไป คิเมะเองก็ไม่อยากจะแก้ตัวอะไรอีกแล้ว ในเมื่ออีกฝ่ายไม่คิดจะฟังเขาจะพูดไปทำไม ใช่ ปกติเขาไม่อาแต่ใจขนาดนี้หรอก แล้วคิดบ้างมั๊ยที่ว่าตอนนี้ ผมเหงาขนาดไหน ถึงต้องรบกวนบุโจในเวลาแบบนี้น่ะ!!
คิเมะ... ปลายสายเรียกชื่อเขาที่กำลังน้อยใจอยู่ แบบสุดๆ คิเมะกัดริมฝีปากแรงๆ ก่อนจะพูดไป
งั้น... ขอโทษนะครับ ที่รบกวน ไม่มีอะไรแล้วครับ ราตรีสวัสดิ์ ขอโทษที่รบกวนนะครับ ไม่เปิให้อีกฝ่ายได้มีโอกาสพูด เขาก็รีบกดตัดสายไปทันที ขว้างโทรศัพท์ลงบนเตียงจนมันกระเด็นตกเตียงไป แบตเตอร์รี่กับตัวเครื่องหลุดออกจากกัน
เขานั่งกอดเข่าแล้วหยิบหมอนขึ้นมากอด กัดริมฝีปากด้วยความเสียใจ
ก็คิดว่าเวลาแบบนี้เขาจะโทรหาใครได้ล่ะ นอกจากคนที่ได้ชื่อว่าเป็น คนรัก คนพิเศษ ไม่คิดบ้างเหรอ ว่าเขาคิดยังไงถึงโทรไปเอาป่านนี้ มัวแต่ห่วงงานอยู่นั้นแหละ
เขารู้ งานคืองาน แต่เวลาแบบนี้ เขาก็อยากให้อีกฝ่ายมาอยู่ข้างๆ ไม่ได้ให้โดดงานซักหน่อย
คิเมะนั่งจมปลักอยู่กับความคิดเหล่านี้และความเหงา อยู่นานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ ทุกอย่างรอบข้างดูเหมือนจะไม่มีผลอะไรกับเขาทั้งนั้น อยากจะหายไปจากโรคนี้จริงๆ เขาหลับตาปี๋กำผ้าห่มไว้แน่น
แต่แล้วเขาก็ต้องสะดุ้ง เมื่อ ประตูห้องนอนของเขาถูกเปิดพรวดเข้ามา
บุโจ?
ร่างสูงที่เปิดประตูเข้ามา ดูเหนื่อยเอาการ คงจะรีบมากเพื่อมาที่นี่ เม็ดเหงื่อเกาะอยู่ตามใบหน้าและลำคอ เขาก้มลงมองซากโทรศัพท์ที่กระจายอยู่บนพื้น แล้วเงยหน้าไปมองร่างเล็กที่นั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงเหมือนกลัวอะไรบางอย่าง
ความรู้สึกของคิเมะที่เห็นคนตรงหน้า มันทั้งรู้สึกเจ็บใจ เวลาอย่างนี้แล้วจะมาทำไมอีก แต่ก็อดที่จะดีใจไม่ได้ แต่ความรู้สึกสับสนและอัดอั้นหลายๆอย่างมันปนกันมั่วไปหมด ทุกอย่างมันจุกอยู่ที่คอ จนไม่สามารถจะหาคำพูดใดๆออกมาในตอนนี้ได้ น้ำตาใสๆจึงไหลหลินออกมาแทน
คิเมะรู้สึกตกใจที่ตนเองร้องไห้ออกมาแบบนี้
แต่คนที่ดูท่าจะตกใจมากที่สุดคงจะเป็นทาคิงาว่า เขารีบโยนกระเป๋าของตนทิ้งแล้วรีบเข้าไปหาคิเมะ
คิเมะเป็นอะไร? ร้องไห้ทำไม คิเมะพยายามปัดป้องตนเองจากอีกฝ่าย ด้วยหมายจะปิดบังน้ำตาของตนไม่ให้ถูกเห็น
อ...อย่ามายุ่งกับผม ผมบอกแล้วว่าไม่มีอะไร
จะไม่มีอะไรได้ยังไงล่ะ ก็ร้องไห้ออกซะขนาดนี้ เขาพยายามที่จะให้ร่างเล็กสงบลง แต่ดูเหมือนจะยากเพราะอีกฝ่ายยิ่งตื่นเข้าไปใหญ่ คิเมะพยายามพลักร่างสูงออก แต่ทาคิงาว่ายังคงย้ำคำถามคำถามเดิมอีกครั้ง คราวนี้ร่างเล็กเงียบแทนที่จะตอบ กลัมีเสียงสะอื้นเบาๆหลุดออกมาแทน แต่มือเล็กก็ยังไม่หยุดที่จะผลักอีกฝ่ายให้ออกไป
และแล้วคิเมะก็เริ่มเอ่ยปาก ถึงความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง
... ผมเหงา ... เหงามากๆ ไม่รู้ว่าทำไม แต่พอโทรไปหาบุโจ บุโจก็เอาแต่ว่าผม... คิเมะเริ่มร้องไห้หนักขึ้นแต่เขาก็ยังคงพูดต่อไป ความรู้สึกที่เก็บเอาไว้ ดูจะออกมาในคราวนี้เสียหมด
บุโจไม่คิดเลย ว่าผมรู้สึกยังไง ผมรู้ว่ามันดึกมากแล้ว ผมรู้ว่าพรุ่งนี้บุโจมีงานแต่เช้า แต่คิดบ้างมั๊ยครับ ว่าตอนที่ผมตัดสินใจโทรไปเวลาอย่างนั้น ความรู้สึกผมเป็นยังไง ผมเหงาแค่ไหน บุโจเอง ก็ห่วงแต่งาน เคยใส่ใจคำพูดของผมบ้างมั๊ยครับ เขาเริ่มเปลี่ยนเป็นตะโกนแทนที่จะพูด น้ำเสียงฟังดูไม่ค่อยจะดีนัก เพราะเจ้าตัวทั้งร้องไห้และตะโกนในเวลาเดียวกัน
เขาสะอื้นบาๆ มือยังคงไม่หยุดที่จะผลักอีกฝ่ายให้ออกไป แต่ก็ไม่สามารถทำได้ การต่อสู้ดูจะดุเดือดขึ้น เพราะทาคิงาว่าเองก็ไม่ยอมที่จะให้คิเมะผลักเขาออกได้ง่ายๆ เป็นเหตุให้เขาโดนเล็บองร่างเล็กข่วนเข้าที่หน้าเอา
โอ๊ย!! ร่างสูงสะดุ้ง
ถึงแม้ปกติเล็บของคิเมะจะตัดให้สั้นอยู่เสมอ แต่ด้วยความแรงของแรงกระแทกก็ทำให้เก็กแผลขนาดล็กขึ้นมาได้ รอยแผลดูแดงขึ้นทันที ส่งผลให้คิเมะยิ่งร้องไห้เข้าไปใหญ่
ข... ขอโทษครับ บุโจ ขอโทษ เสียงร้องไห้ดังขึ้นยิ่งกว่าเดิม ดูเหมือนสติของคิเมะตอนนี้จะกระเจิงไปซะแล้ว
ปกติคิเมะจะไม่ดูตื่นตระหนกขนาดนี้ แถมนี่ยังร้องไห้ไม่หยุดอีก เกิดอะไรขึ้นกับคิเมะเนี๊ย เมื่อกี้เขาไม่น่าทำแบบนี้กับคิเมะเลย ทาคิงาว่านึกเสียใจอยู่ในใจ
รู้สึกว่าร่างสูงจะไม่สามารถหยุดคิเมะที่กำลังอาละวาดไว้ด้วยมือทั้งสองข้างได้ เขาตัดสินใจโดยทันที ดึงร่างเล็กเขามากอดไว้แน่น จนไม่สามารถทีทจะอาละวาดได้อีก หยาดน้ำตายังคงไหลหลิน แต่เมื่อได้รับความอบอุ่นจากอ้อมกอดแล้ว ก็ดูจะสงบลงเล็กน้อย ทาคิงาว่าใช้มือข้างหนึ่งจับไว้ที่ศรีษะ ส่วนอีก้าง ก็ลูบหลังคิเมะเบาๆ ทำอย่างนี้อยู่สักพัก อีกฝ่ายก็สงบลงอย่างเห็นได้ชัด
ขอโทษนะ คิมเะ ขอโทษ... ร่างสงเอ่ยขอโทษด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ฟังดูอ่อนโยน ชั้นผิดเอง ใจเย็นๆนะ เขาลูบหลังคิเมะไปเรื่อยๆ
คิเมะเริ่มหยุดร้องไห้ แต่ก็ยังมีอาการสะอื้นเหลืออยู่บ้าง ดูเหมือนสติของคิเมะจะกลับมาแล้วเพราะดูสงบและเริ่มที่จะหนีจากอ้อมกอดของอีกฝ่าย
ทาคิงาว่ากระชับอ้อมแขนตนให้แน่นยิ่งขึ้น
ไม่เป็นไรนะ คิเมะ ร่างเล็กหยุดดิ้นและซุกหน้าลงกับอกของอีกฝ่าย เริ่มร้องไห้อีกครั้ง สะอื้นเบาๆอยู่หลายที ทำให้ทาคิงาว่าต้องคอยลูบหลังปลอบ เมื่อร้องจนเหนื่อยก็หลับไป
ทาคิงาว่าอุ้มคิเมะให้นอนดีๆอยู่บนเตียง เขาหันไปมองนาฬิกา นี่ก็ตีสามกว่าเข้าไปแล้ว เหลือเวลาอีกสองชั่วโมง งีบซักหน่อยคงจะดีกว่า เขาคดดังนั้นแล้วล้มตัวลงข้างๆร่างเล็กที่นอนขดตัวอยู่ เขานอนตะแคงหันหน้าไปมองร่างเล็กที่หลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน เขาใช้มือแล้วเสยปอยผมที่ลงมาปรกหน้าผากขึ้นเบาๆ ทำให้เห็นดวงตาที่ดูแดงช้ำและหยาดน้ำตาที่หลงเหลือจากการร้องไห้เมื่อครู่ ร่างสูงใช้นิ้วปาดน้ำตาออกเบาๆ ก่อนจะก้มลงจูบสัมผัสที่เปลือกตาและหน้าผาก จากนั้นก็หันไปปิดไฟ แล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มให้คิมเะ เขากอดคิเมะไว้เบาๆเพราะกลัวอีกฝ่ายจะตื่น แต่ก็แน่นพอที่จะไม่ให้อีกฝ่ายไปไหนไกล
*****************
ประมาณหกโมงเช้า ทาคงาว่าตื่นขึ้นมาเพราะเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือ เขารีบคว้ามันมาปิดเพราะเกรงว่าจะทำให้ร่างเล็กในอ้อมกอดเขาตื่นขึ้นมาเสียก่อน ทาคิงาว่าค่อยๆยกศรีษะที่หนุนแขนเขาอยู่ออก แล้วลุกจากเตียงไป เขาเหลือบเห็นซากโทรศัพท์ที่ถูกทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อวาน จึงเก็บมันขึ้นมาใส่แบตอีกครั้ง แล้วกดเปิดเครื่อง โชคดีที่ตัวเครื่องไม่เป็นอะไร เขาตั้งปลุกแล้ววางไว้ที่ข้างๆหมอนก่อนจะเดินออกไปจากห้อง
ร่างสูงตัดสินใจทำอาหารเช้าเบาๆทิ้งไว้ให้คิเมะที่กำลังหลับอยู่ ก่อนจะออกไปทำงาน เขาจึงได้อาหารเช้าไปกินบนรถด้วยเลย
*****************
อรุณสวัสดิ์ครับ ทาคิงาว่ากล่าวทักทายกับสต๊าฟขณะที่ก้าวเข้าไปในสตูดิโอ เขายืนคุยอยู่กับผู้จัดการครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินเข้าห้องแต่งตัวไป
วันนี้งานของเขามีถ่ายแบบในสตูดิโอ แต่ก็ต้องออกไปถ่ายรูปนอกสตูดิโอตอนเช้าเพื่อถ่ายกับพระอาทิตย์ขึ้นด้วย เพราะฉะนั้นเขาจึงต้องรีบออกมาแต่เช้า แต่ก็ดีที่ช่วงบ่ายว่าง และรู้สึกว่าวันนี้คิเมะก็จะไม่มีงานด้วยเหมือนกัน
เขาจึงวางแผนของวันนี้อย่างมีความสุขขณะที่กำลังแต่งหน้าอยู่ แต่ก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงใสๆจาก make up artist คนสนิทที่กำลังแต่งหน้าให้เขาอยู่
เอย์จิซัง หน้าไปโดนอะไรมาคะ หรือไปโดนสาวที่ไหนข่วนมา
ทาคิงาว่าหัวเราะเบาๆ เปล่าหรอกครับ ถูกกระต่ายที่บ้านข่วนเข้านิดหน่อยนะครับ คงช่วยปิดให้ได้ใช่มั๊ยครับ เขายิ้มหวานให้อีกครั้ง
แน่นอนค่ะ ว่าแต่กระต่ายที่ว่า คงจะน่ารักมากเลยนะคะ ถึงเล่นซะจนโดนข่วนเอาแบบนี้ คุณmake up artist ถามกลับ
ร่างสูงยิ้มอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ดูจะอวดๆอีกต่างหาก อ๋อ น่ารักมากเลยละครับ น่ารักซะจนไม่อยากปล่อยไว้คนเดียวเลย แต่เมื่อวานเผลอทำให้น้อยใจไปหน่อยเลยโดนข่วนเข้า ไม่ได้ตั้งใจหรอกครับ พอทำแล้วก็เสียใจน่าดูเชียว
แหม คงจะรักน่าดูเลยสินะคะ
แน่นอนครับ รักที่สุดเลย
*****************
ร่างเล็กที่นอนขดตัวอยู่บนเตียง ตื่นขึ้นมาเพราะเสียงที่มาจากโทรศัพท์มือถือ เขาหยิบมันขึ้นมาดู
ตั้งปลุก!? เขาจำได้ว่าเมื่อวานเขาไม่ได้ตั้งปลุกเอาไว้ แต่เดี๋ยว... เขาเริ่มนึกย้อนความไปถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ไม่สิ จะเรียกว่าเมื่อวานไม่ได้ เมื่อเช้าต่างหาก
เขากลิ้งตัวเข้าหากำแพง ใช้นิ้มจิ้มมันเหมือนกับจะเขียนอะไร แต่กไม่ได้ทำอะไร ได้แต่คิดทบทวนถึงเรื่องเมื่อเช้า
เขาไม่รู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำ ไม่สิ จะรู้สึกผิดก็แค่เรื่องที่ไปช่วนหน้าบุโจเข้า แต่นอกจากนั้นแล้วเขาเห็นว่าบุโจเป็นฝ่ายผิดทั้งหมด บุโจทำให้เขาร้องไห้.... ทั้งๆที่เคยสัญญาเอาไว้ เขาย้อนไปคิดถึงคำสัญญาเมื่อนานมาแล้วที่บุโจเคยให้เขาไว้
ชั้นสัญญา ชั้นจะไม่ทำให้นายต้องเสียน้ำตาเพราะชั้นแน่นอน
เขาไม่รู้ว่าบุโจจะยังจำคำสัญญานี้ได้หรือเปล่า แต่ตอนนี้มันคงจะไร้ค่าซะแล้ว ถงแม้บุโจจะไม่โกรธเขาเรื่องวันนี้ แต่ถ้าหากเกิดเรื่องแบบนี้อีก ฝ่ายที่ทนไม่ได้จะต้องเป็นเขาแน่นอน
คนที่แตกสลายก็คงจะเป็นเขาเอง มีแต่เขาหรือไงนะ ที่เป็นฝ่ายรัก...
คิเมะจมอยู่กบัความคิดของตัวเอง... เขาสะบัดศรีษะแรงๆ ก่อนจะใช้มือสองข้างตบหน้าตัวเองเบาๆ
ไม่ได้ๆ ถึงแม้จะไม่มีบุโจอยู่ข้างๆเขา เขาก็จะแตกสลายไม่ได้ ถึงแม้จะไม่สามารถยืนยันได้ว่าเขาจะสามารถเป็นตัวของตัวเองได้ก็ตาม
คิเมะลุกออกจากเตียงแล้วเดินลงมาชั้นล่าง เข้าไปห้องครัวเพื่อหาน้ำดื่ม ดูท่าเมื่อคืนเขาจะเสียน้ำในร่างกายไปเยอะทีเดียว เขาเห็นกระดาษบนโต๊ะเขียนเอาไว้ว่า
อาหารเช้าอยู่ในตู้เย็น ทานได้เลยนะ จะกลับมาตอนเที่ยง
เอย์จิ
เขาเปิดตู้เย็นมาก็เจอกับจานแซนด์วิชอยู่ในตู้เย็น เขาหยิบจานนั้นออกมาวางไว้บนโต๊ะ แล้วเดินไปรินกาแฟจากกาที่ถูกเตรียมไว้แล้วมานั่งจิบอยู่อย่างสงบ ตามองอยู่ที่แซนด์วิชอย่างสับสน ก่อนจะพูดใส่จานแซนด์วิชที่คิดว่ามันคงจะไม่รู้เรื่องอะไรด้วย
บ้า.... บ้าๆๆๆๆๆ เขานั่งทำแก้มป่องอยู่นิดๆ ตอนนี้เขาไม่ได้เครียดเหมือนเมื่อวานแล้ว คงเพราะได้อยู่เคียงข้างชายหนุ่มมาหลายชั่วโมง ทำให้ความเหงาที่สะสมมานานคลายลง
คิเมะค่อยๆละเลียดแซนวิชในจานอย่างช้าๆ แซนวิชยังคงอร่อยเหมือนกับทุกครั้ง รู้สึกได้ถึงความตั้งใจของคนทำ เขาฟุปหน้าลงบนโต๊ะ ถอนหายใจเฮือกใหญ่...
ไม่ว่ายังไง เขาก็คงอยู่โยที่ขาดบุโจไม่ได้
*****************
คิเมะเดินออกมาจากห้องน้ำ ทั้งๆที่ตัวยังเปียอกอยู่ ทิ้งตัวลงบนโฟาก่อนจะเอื้มมือไปหยิบรีโมททีวีมาเปิด นั่งเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆอย่างไม่ใส่ใจจะดูซักเท่าไหร่ จนในที่สุดเขาก็ผล่อยหลับไป รู้สึกตัวอีกที ทีวีก็ถูกปิดซะแล้วเขาหยิบผ้าห่มที่ห่มให้เขาขึ้นมาดูอย่างงงๆ ลุกขึ้นเดินเข้าไปในครัวที่ที่เขารู้สึกได้ยินเสียงอะไรเบาๆดังออกมา
อ้าว คิเมะ ตื่นแล้วเหรอ.. ร่างสูงที่กำลังง่วนอยู่กับการทำกับข้าวในชุดผ้ากันเปื้อนสีกรมท่าหันมายิ้มหวานให้ขา นั่งก่อนสิ เลื่อเก้าอี้ออกมาให้ตัวหนึ่ง ก่อนจะหันไปยุ่งกับการทำกับข้าวต่อ
คิเมะก้าวเข้าไปในห้องครัวช้าๆ นั่งมองร่างสูงในชุดผ้ากันเปื้อนอย่างเพลินตา ไม่นานทุกอย่างก็เสร็จ ทาคิงาว่าปิดแก๊ส กับข้าวหลายอย่างวางอยู่บนโต๊ะอย่างประณีต
ทาคิงาว่าเปิดตู้เยนเพื่อหยิบอะไรบางอย่าง แต่เขาก็หันมากวักมือเรียกให้ร่างเล็กที่นั่งอยู่เดินเขามาหา
อะไรครับ คิเมะค่อยๆเดินเข้ามาหาเขาช้าๆ
แล้วร่างสูงก็ยื่นของที่อยู่ในตู้เย็นให้คิเมะ มนคือ กุหลาบช่อใหญ่ที่ถูดจัดมาอย่างดี
ขอโทษสำหรับเรื่องเมื่อคืนนะ
คิเมะรู้สึกตกใจ แต่ลึกแล้ว เขาร้สึกดีใจมากทีเดียว ถึงแม้ปกติบุโจจะเป็นคนที่ออกจะหวานเลี่ยนน้ำเน่าแล้ว แต่เขาก็ไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน
ม...มาขอโทษเรื่องอะไรกันครับ ผ.. ผมต่างหากที่ผิด คิเมะพูดตะกุกตะกัก แต่รู้สึกว่าเขาจะไม่ได้พูดตรงกับสิ่งที่เขาคิดจริงๆนี่... คงเป็นเพราะตอนนี้ไม่ว่าจะต้องทำอะไร เขาก็ไม่อยากให้บุโจเกลียดเขามั๊ง ตอนนี้เขาอยากจะร้องไห้อีกแล้วง่ะ
ยังไม่ทันที่คิเมะจะได้ตั้งตัว เขาก็ถูกดึงเข้าไปกอดซะแล้ว ช่อกุหลาบคั่นกลางอยู่ระหว่างเขาทั้งสองคน
อย่าร้องไห้นะ ชั้นขอโทษที่ผิดสัญญา ทาคิงาว่ากอดร่างเล็กให้แน่นยิ่งขึ้น คิเมะทำอะไรไม่ถูก ได้แต่นิ่งเงียบ สักพักคิเมะก็เอ่ยปากออกมา
บุโจครับ... กุหลาบแบบนหมดแล้ว ด้วยความตกใจ ร่างสูงรีบผละออกมาจากร่างเล็กทันที คิเมะหัวเราะเบาๆ
เอากุหลาบไปใส่แจกันเถอะครับ เดี๋ยวผมหยิบให้ ว่าแล้วเขาก็เดินไปหยิบแจกันมา แล้วจัดช่อกุหลาบลงบนแจกันอย่างสวยงาม เขาเอามันขึ้นไปวางไว้บนห้องนอน ลงมาอีกที ชสยหนุ่มก็จัดแจงตักข้าวให้เขาเรียบร้อยแล้ว ทั้งคู่นั่งลงบนโต๊ะอาหาร ค่อยๆกินกันอย่างเงียบๆ เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ก็มีบางอย่างที่ไม่เหมือนเดิม... ในที่สุดคิเมะก็เป็นฝ่ายที่ทนความเงียบไม่ได้ จึงเริ่มบทสนทนาขึ้นมาก่อน
งาน... เป็นยังไงบ้างครับ เขาถามขณะที่ถือตะเกียบข้างไว้
อื้ม ก็ดี ไม่มีอะไร... พูดจบเขาก็คีบกบัข้าวใส่จานคิเมะเพิ่ม จนชามข้าวของคิเมะเต็มไปด้วยกับข้าวที่เขาคีบให้
พอแล้วครับ ผมกินเองได้... คิเมะโวยวาย ทันทีที่พูดจบ เขาก็โดนทาคิงาว่าคีบกับข้าวเข้าปากไปเลย คิเมะทำท่าจะบ่นแต่ก็ทำไม่ได้เพราะกับข้าวที่อยู่ในปาก
กินเองได้แต่ไม่เห็นกินเลยนี่... กินให้เสร็จก่อน มีอะไรเดี๋ยวค่อยคุยนะ ไม่ลืมที่จะส่งยิ้มละมุนมาให้ คิเมะทำหน้าบู้บี้
20 นาทีต่อมา มื้ออาหารก็ถูกเก็บสำรับเรียบร้อย แต่พอคิเมะทำท่าจะล้างก็ถูกห้ามไว้ ร่างสูงพาเขาเดินออกมาจากครัว มานั่งที่โซฟา กอดเอวเขาไว้ วางศรีษะลงบนไหล่ของร่างเล็ก
คิเมะ มีอะไรอยากพูดหรือเปล่า คนถูกถามนิ่งไปครู่นึงก่อนจะตัดสินใจส่ายหน้าเป็นคำตอบ
ทาคิงาว่าคลายอ้อมแขนออก แล้วหมุนให้คิเมะหันหน้ามาคุยกับเขา
คิเมะไม่พูด งั้นชั้นพูดเอง... ก่อนอื่น ชั้นต้องขอโทษเรื่องเมื่อคืน ชั้นผิดเอง... เขาเว้นจังหวะ กุมมือร่างเล็กขึ้นมาจูบเบาๆ ขอโทษที่ผิดสัญญาที่เคยให้ไว้
สัญญา... ร่างเล็กรำพึงออกมา ไม่ใช่ว่าเขาลืม แต่แปลกใจที่อีกฝ่ายยังจำได้ต่างหาก
สัญญาที่ว่า ชั้นจะไม่ทำให้นายเสียน้ำตาอีกไง ทั้งๆที่พูดไว้อย่างนั้น แต่ชั้นก็กลับเป็นฝ่ายทำลายมันด้วยตัวเอง ขอโทษจริงๆ... ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ แล้วเอนตัวไปพิงกับไหล่ด้านหน้าของคิเมะ
ร่างบางลูบหวเขาเบาๆ แค่บุโจจำได้ ผมก็ดีใจแล้วละครับ คิดว่าบุโจลืมไปแล้วซะอีก...
ร่างสูงเงยหน้าขึ้นมาแก้ตัว ชั้นจะลืมได้ยังไงล่ะ นั่นนะเป็นสัญญาที่ชั้นให้นายไว้ตั้งแต่เราคบกันแรกๆ คิเมะเห็นชั้นเป็นคนไม่รักษาสัญญาขนาดนั้นเลยเหรอ น้อยใจแล้วน้า~ ว่าแล้วทาคิงาว่าก็พิงลงไปที่ไหล่บางอีกครั้ง พลางสีไปมาเหมือนจะอ้อน บุโจคนเดิมกลับมาแล้ว คนที่มีทั้งความเป็นเด็กและความสุขุมปนกันอยู่
ทาคิงาว่าแอบเหล่มามองหน้าสวยๆของคิเมะที่ตอนนี้มีรอยยิ้มปรากฏอยู่เล็กน้อย เขาจบมือคิเมะขึ้นมาจูบเบาๆหลายครั้ง
ขอโทษจริงๆนะ แล้วก็ขอสัญญาใหม่ด้วย คราวนี้จะไม่ผิดสัญญาแน่นอน...
คิเมะยิ้มหวาน ได้ครับ แต่คราวนี้ถ้าทำให้ผมร้องไห้อีก ผมจะทำให้บุโจร้องไห้บ้างดีมั๊ยครับ?
ทาคิงาว่ากอดคิเมะไว้แน่น ได้สิ แต่รับรองว่าไม่มีคราวหน้าแน่ๆ ชั้นจะไม่ยอมให้นายเสียน้ำตาเพราะชั้นอีก
สัญญานะครับ บุโจ ร่างเล็กอดเขากลับ
แน่นอน... ทาคิงาว่าเงยหน้าขึ้นจูบที่คางของร่างในอ้อมแขนเขาเบาๆ แล้วค่อยๆเลื่อนไปหอมที่แก้ม
แต่ก็โดนร่างเล็กดันออก พอแล้ว พอแล้วครับ ผมเชื่อแล้ว แต่ทาคิงาว่าดูท่าว่าจะไม่ยอมง่ายๆ
แหม ไม่ได้เจอกันตั้งนาน ขอหน่อยไม่ได้เหรอ เขาอ้อน
ไม่ได้ครับ พูดแล้วทำท่าจะลุกออกไป แต่ก็เหมือนจะเหลือเห็นอะไรบางอย่างก่อน คิเมะจึงหันไปใช้ปลายนิ้วสัมผัสที่แก้มของทาคิงาว่าเบาๆ
เจ็บมั๊ยครับ... ร่างสูงส่ายหน้า คิเมะจึงพูดต่อ
แล้วผู้จัดการไม่ว่าอะไรเอาหรอครับ เขายังคงส่ายหน้าอีกครั้ง แต่มื่อเห็นคิเมะทำหน้าเศร้า เขาจึงรีบอธิบาย
ผู้จัดการน่ะ เขาไม่ทันสังเกตหรอก แผลแค่นี้เอง ก็มีแต่ make up artist แหละที่เห็น เขาก็ถามว่าไปโดนอะไรมา
คราวนี้ คิเมะเป็นฝ่ายทำหน้าสงสัย แล้วตอบไปว่าอะไรครับ
ร่างสูงยิ้ม ก็ตอบไปว่า โดนกระต่ายขี้เหงาแสนน่ารักสุดที่รักข่วนเอาน่ะสิ
เอ๋... ผมกลายเป็นกนะต่ายตังแต่เมื่อไหร่กันครับเนี๊ย... เขาโวยวาย ตีอีกฝ่ายเบาๆ
ก็น่ารักแบบนี้ก็ต้องเป็นกระต่ายสิ ว่าแล้วก็ใช้นิ้มเลี่ยปลายคางของร่างเล็กเบาๆแล้วยิ้มอีกครั้ง
งั้น... ไปต่อกันนะ อยู่ๆก็วกกลับมาเรื่องนี้ได้ คิเมะทำหน้ารับไม่ทัน แต่ก็ปฏิเสธไปทันที
ไม่ครับ ผมเหนื่อย เมื่อคืนร้องไห้ไปเยอะก็เลยเหนื่อย แถมยังนอนไม่พออีก ว่าจะไปนอนอยู่พอดีเลย เพราะงั้น บุโจก็ไปล้างจานนะครับ แล้วจะกลับเลยก็ได้ ว่าแล้วร่างเล็กก็รีบวิ่งหนีขึ้นห้องนอนไป ทาคิงาว่าวิ่งตามไปติดๆแต่ก็เจอปิดประตูห้องนอนไปซะก่อน
คิเมะง่า... เปิดประตูหน่อยสิ เขาครวญอยู่หน้าประตู
ไปล้างจานสิครับ... จากนั้นก็เงียบไป ทาคิงาว่า คอตกเดินไปล้างจานตามคำสั่งอย่างช่วยไม่ได้
ผ่านไปครู่ใหญ่ ประตูห้องนอนของคิเมะถูกเคาะอีกครั้ง
คิเมะ ล้างจานเสร็จแล้ว เปิดหน่อยสิ
เงียบ... เขาเคาะอีกครั้ง
คิเมะ...
เงียบ... รู้สุกตอนนี้บุโจของเราริ่มจะอยากร้องไห้ซะแล้ว คิเมะหลับไปแล้วเหรอเนี๊ยยยT^T เขาเคาะประตูอีกครั้ง
คิเม๊ะ~ หลับแล้วเหรอ~~
ยังคร๊าบบ~ เสียงดังออกมาจากในห้อง
ไม่หลับแล้วทำไมไม่ตอบละ คิเม๊ะ~
เปิดประตูซี่... เขาพูดเสียงอ่อนเสียงหวาน
แล้วไม่กลับบ้านหรอครับ
ไม่กลับแล้ว เปิดประตูหน่อยน้า... ร่างสูงเกาแกรกๆที่ประตู
แล้วประตูก็ถูกแง้มออกมา คิเมะโผล่หน้ามาให้เห็นนิดนึง
เป็นแมวไปแล้วเหรอครับ.. แอบหัวเราะแล้วก็หายไปจากประตู ทั้งๆที่ประตูยังไม่ได้ปิด
เปิดให้ก็ได้ครับ เพราะกลัวว่ากระต่ายของบุโจจะเหงาหรอกนะ แล้วก็ตอบแทนสำหรับดอกไม้กับกับข้าวอร่อยๆ วันนี้ด้วย
อีกฝ่ายเดินเข้าห้องไปด้วยรอยยิ้ม แล้วประตูก็ถูกปิดลง
เรื่องราวของคำสัญญาของทั้งสองก็ถูกเก็บอยู่ในความทรงจำ เพื่อเป็นคำสัญญาที่แสนมั่นคงและมีค่าจากคนที่สำคัญที่สุด
-----------------------------------------------------------------
Talk :
เย้~~ เสร็จซักที เป็นฟิคที่ใช้เวลาเขียน+พิมพ์อยู่พอสมควรเลยย *จุดพลุฉลอง* ฟิคมิวเรื่องที่ 10 คร้าบบบ จะเขียนให้ครบ100 เลยย~ (เริ่มบ้าแล้ว) แต่ตอนนี้มิวก็เปลี่ยนทีมซะแล้ว อาจจะเขียนน้อยลงหรือเปลี่ยนแปลงpairingบ้าง แต่ยังเขียนแน่นอน ขอเอาชื่อของปู่เป็นเดิมพัน เอ๊ย ไม่มีนี่... อาจจะเจอpairing แปลกๆเอาได้นะ อิอิ
แต่ก็ดีเนอะ ได้ฉลองครบ 10 เรื่องด้วยฟิคคู่บุโจคิเมะเนี๊ย แต่เรียกได้ว่า ดองนานทีเดียวมีปัญหาหลายเรื่องง่ะ อยากจะให้เรื่องมันดูเครียดๆ แต่กลับกลายเป็นว่า จะบ้าไปแทน เขียนไปเขียนมาเหมือนคิเมะเป็นโรคประสาท ความผิดของเราที่คุมคาร์แรคเตอร์ไม่อยู่ ขอโทษแฟนๆทุกคนนะครับ ช่วงนี้ไม่ได้เห็นหน้าคิเมะกับบุโจเลย ไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนไปขนาดไหน อยากเห็นจางงงง เฮ้ออออ เซ็ง